วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2558
เรื่องปลาทูไหม้..ยังอ่านได้ตลอดๆ
ชอบเรื่องนี้มาก อ่านบ่อยๆ เตือนตัวเอง
"แม่ของผม เป็นคนทำ อาหารที่บ้านประจำ ทุกวัน... คืนหนึ่ง หลังจากที่ แม่ทำงานหนัก มาตลอดทั้งวัน แม่ กลับบ้านมา ด้วยความเหนื่อยล้า และทำอาหารเย็น ให้เราตามปกติ ที่โต๊ะอาหาร แม่วางจาน ที่มี ปลาทูไหม้เกรียม บนโต๊ะ ต่อหน้าพ่อ และทุกๆคน ผมรอว่า แต่ละคน จะว่าอย่างไร
แต่... พ่อไม่พูดอะไร และตั้งหน้าตั้งตา กิน ปลาทูไหม้ตัวนั้น และหันมา ถามผมว่า ที่โรงเรียน เป็นอย่างไรบ้าง
คืนนั้น หลังอาหารเย็น ผมจำได้ว่า ได้ยิน แม่ ขอโทษพ่อ ที่ทอดปลาทูไหม้ และ ผมไม่เคยลืม ที่พ่อ
พูดกับแม่เลย "โอย... ผมชอบ ปลาทูทอด เกรียมๆ อร่อยมาก นะแม่"
คืนต่อมา ผมเก็บคำถามในใจ ก่อนนอน และถามพ่อว่า "พ่อชอบปลาทูทอด เกรียมๆ จริงๆ เหรอ"
พ่อลูบหัวผม และตอบว่า
"แม่ของลูก
ทำงานหนัก มาทั้งวัน...
ปลาทูไหม้ 1 ตัว ไม่เคยทำร้ายใคร แต่คำพูด ที่ต่อว่า กันนั้นต่างหาก ที่จะทำร้ายกัน"
"ชีวิตคนเรา
เต็มไปด้วย ความไม่สมบูรณ์แบบ และ แต่ละคน ก็ ไม่ได้เกิดมา สมบูรณ์แบบ
ตัวเราเอง
ก็ไม่ได้มีอะไร ดีกว่าใครๆ"
แต่สิ่งที่ พ่อเรียนรู้ ในช่วงชีวิต คือ.....
การเรียนรู้ ที่จะยอมรับ
ความผิด ของคนอื่น และ ของตัวเอง
การเลือก ที่จะยินดีกับ
ความคิดต่างกันของ
แต่ละบุคคล เป็นสิ่งสำคัญ ในการรักษา ชีวิตครอบครัว ที่มีความสุข และยืนยาว
“ชีวิตเรา สั้นเกินกว่า ที่จะตื่นขึ้นมา พร้อมกับ
ความเสียใจ ที่ว่า เราทำผิดกับ คนที่เรารัก
และรักเรา ให้ดูแล และ
ทะนุถนอม คนที่รักเรา และพยายามเข้าใจ และให้อภัย จะดีกว่า"
** ถ้าเรารู้ เราจะ ทำไหม? **
• เราจะบีบแตร ใส่คนที่ ยืนยึกยัก ริมถนน แยกที่ผ่านมาไม๊– ถ้าเรารู้ว่า เค้าใส่ขาเทียม
• เราจะเบียดชน คนข้างหน้า ที่เดินช้ามากไม๊ – ถ้าเรารู้ว่า เค้าเพิ่งตกงาน
• เราจะขำ คนที่ แต่งตัวเชยไม๊ – ถ้าเรารู้ว่า เค้ามีชุดเก่ง แค่ชุดเดียว
• เราจะรำคาญ สาวโรงงาน ที่มาเดิน พารากอนไม๊ – ถ้าเรารู้ว่า นั่นคือ
การฉลองวันเกิดของเธอ
• เราจะหมั่นไส้ ลุงที่หัวเราะ
เสียงดังลั่น คนนั้นไม๊ – ถ้ารู้ว่า แกเป็นมะเร็ง ขั้นสุดท้าย
• เรารู้แจ่มชัดเสมอ…
ว่าชีวิตเรา กำลังเจออะไร
แต่เรา ไม่มีวันรู้ว่า
"คนที่เราเจอ – กำลังเจอ กับอะไร"
**โลก กว้างกว่า เงาของเรา และโลก ก็ไม่ได้หมุน รอบตัวเรา
**มองข้าม เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไปบ้าง ให้โอกาส และให้อภัย มีความเข้าใจ ซึ่งกันและกัน จะได้รัก และอยู่ด้วยกัน อย่างยั่งยืน ยาวนาน
-----------------
ที่มา...จากเพื่อนกลุ่มไลน์
สอนหนูให้รู้จักเซ็กซ์
เล่าเรื่องลามก สอนหนูให้รู้จักเซ็กซ์
ไอ้หนุ่มกับเมียสาวพึ่งแต่งงานคืนแรก
เมีย "พี่คะหนูไม่รู้เรื่อง sex เลย ช่วยสอนด้วยว่าต้องทำไงอะ"
หนุ่ม "ได้ซิน้อง เราเรียกตรงนั้นของน้องว่าคุก แล้วเรียกตรงนี้ของพี่ว่านักโทษ
เราก็แค่จับนักโทษเข้าคุกเท่านั้นเอง เราเอานักโทษเข้าคุกเลยนะ"
หลังจากเอานักโทษเข้าคุก ชายหนุ่ม-เมียสาวก็นอนแผ่อย่างมีความสุข
ผ่านไปสักครู่เมียสาวก็ออดอ้อน
"พี่คะนักโทษมันแหกคุกไปแล้วอะ"
"ได้เลยน้องเราต้องจับมันใส่คุกอีก"
ไอ้หนุ่มแอบดีใจ
หลังจับนักโทษเข้าคุก 3 รอบไอ้หนุ่มก็นอนแผ่หราสิ้นเรี่ยวแรง สักพักเมียสาวก็ร้อง
"พี่ขามันหนีไปอีกแล้ว จับมันมาเร็ว"
ชายหนุ่ม "เฮ้ย มันไม่ได้ติดคุกตลอดชีวิตนะโว้ย"
ที่มา...จากเพื่อนกลุ่มไลน์
ไอ้หนุ่มกับเมียสาวพึ่งแต่งงานคืนแรก
เมีย "พี่คะหนูไม่รู้เรื่อง sex เลย ช่วยสอนด้วยว่าต้องทำไงอะ"
หนุ่ม "ได้ซิน้อง เราเรียกตรงนั้นของน้องว่าคุก แล้วเรียกตรงนี้ของพี่ว่านักโทษ
เราก็แค่จับนักโทษเข้าคุกเท่านั้นเอง เราเอานักโทษเข้าคุกเลยนะ"
หลังจากเอานักโทษเข้าคุก ชายหนุ่ม-เมียสาวก็นอนแผ่อย่างมีความสุข
ผ่านไปสักครู่เมียสาวก็ออดอ้อน
"พี่คะนักโทษมันแหกคุกไปแล้วอะ"
"ได้เลยน้องเราต้องจับมันใส่คุกอีก"
ไอ้หนุ่มแอบดีใจ
หลังจับนักโทษเข้าคุก 3 รอบไอ้หนุ่มก็นอนแผ่หราสิ้นเรี่ยวแรง สักพักเมียสาวก็ร้อง
"พี่ขามันหนีไปอีกแล้ว จับมันมาเร็ว"
ชายหนุ่ม "เฮ้ย มันไม่ได้ติดคุกตลอดชีวิตนะโว้ย"
ที่มา...จากเพื่อนกลุ่มไลน์
คาถาอายุยืน
ตื่นนอนตีสี่ อย่าลุกลี้ลุกลน ลืมตามองจน ตัวตนพ้นภัย
ขยับกายา แขนขาร่างกาย อย่าลุกทันใด ให้หายมึนงง
สวดมนต์แผ่เมตตา ภาวนาแบบสงฆ์ ทำจิตมั่นคง
รับรองของดี นวดตาทันใดเ ห็นแสงใส 2 นาที
ดื่มน้ำอุ่นเร็วรี่ ทันที 4 แก้ว เข้าห้องสุขา สุขขีเพริดแพร้ว
ออกมาเสร็จแล้วแกว่งแขน 1 พัน รับประทานผลไม้ก่อนอาหาร
เร็วพลันทานข้าว 1 จาน ทานไข่ผักปลา หวานเค็มมันหยด
ควรงดบ้างหนา กินบ้างบางเวลา โรคาห่างไกล
หมักดองต้องทิ้ง ทอดปิ้งย่างไหม้ สุขกายสุขใจ
สดใสโสภา ก่อนอาบน้ำเย็นแกว่งแขนอีกครา
น้ำ 1 แก้วตามมาวั นทาก่อนนอน จิตใจผ่องแผ้ว
เสร็จแล้วพักผ่อนหลับตาขอพร
ที่มา...จากเพื่อนกลุ่มไลน์
วันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2558
การแบ่งและกำหนดขนาดวงจร
ไฟฟ้าจากเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าของการไฟฟ้าฯมายังเมนสวิตซ์จะถูกแบ่งออกเป็นวงจรย่อยๆหลายวงจรเพื่อความสะดวกในการใช้งาน และเพื่อไม่ให้โหลดในแต่ละวงจรมากเกินไป การแบ่งวงจรย่อยต่างๆสามารถแบ่งได้หลายแบบตามความต้องการ อาทิ
1. แบ่งตามลักษณะของโหลด เช่น แสงสว่าง เต้ารับ เครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องปรับอากาศ เป็นต้น
2. แบ่งตามพื้นที่ วิธีนี้จะแบ่งโหลดที่ติดตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกันเป็นวงจรเดียวกัน เช่น ชั้นบน ชั้นล่าง ห้องครัว ห้องนอน ห้องรับแขก และไฟสนาม เป็นต้น
3. แบบผสม เป็นการนำสองแบบข้างต้นมาผสมกัน โดยทั่วไปจะแยกตามพื้นที่ก่อน เช่น ชั้นบนกับชั้นล่างจะแยกวงจรกัน แต่จะรวมเต้ารับกับแสงสว่างไว้ด้วยกันและแยกวงจรเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ หรือมีการใช้งานพิเศษออกต่างหาก เช่น เครื่องปรับอากาศ เครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องสูบน้ำ เป็นต้น
1. แบ่งตามลักษณะของโหลด เช่น แสงสว่าง เต้ารับ เครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องปรับอากาศ เป็นต้น
2. แบ่งตามพื้นที่ วิธีนี้จะแบ่งโหลดที่ติดตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกันเป็นวงจรเดียวกัน เช่น ชั้นบน ชั้นล่าง ห้องครัว ห้องนอน ห้องรับแขก และไฟสนาม เป็นต้น
3. แบบผสม เป็นการนำสองแบบข้างต้นมาผสมกัน โดยทั่วไปจะแยกตามพื้นที่ก่อน เช่น ชั้นบนกับชั้นล่างจะแยกวงจรกัน แต่จะรวมเต้ารับกับแสงสว่างไว้ด้วยกันและแยกวงจรเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ หรือมีการใช้งานพิเศษออกต่างหาก เช่น เครื่องปรับอากาศ เครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องสูบน้ำ เป็นต้น
การเดินสายไฟในบ้าน
สายไฟที่ใช้กันอยู่ในบ้านนั้นเป็นสายไฟฟ้าสำหรับใช้กับไฟแรงต่ำ คือ 220 โวลต์ มีลักษณะเป็นสายไฟแกนคู่ หุ้มฉนวน มีลักษณะแบน ภายในมีสายทองแดงหุ้มด้วยฉนวนพีวีซีในแต่ละเส้น แล้วนำมาติดรวมกันด้วยฉนวนภายนอกอีกครั้งหนึ่ง สายประเภทนี้จะผลิตมาเป็นขด ขดละ 100 เมตร โดยขนาดที่ใช้กันทั่วไปก็มีหน้าตัดตั้งแต่ 0.5 - 35 ตารางมิลลิเมตร การเลือกใช้ขึ้นอยู่กับระดับของกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านโหลดนั้นๆ อาทิ วงจรแสงสว่างจะใช้สายคู่ขนาด 1 ตารางมิลลิเมตร วงจรเต้ารับ และอุปกรณ์ไฟฟ้า จะใช้ขนาด 1.5 ตารางมิลลิเมตร และวงจรมักมีชุดฟิวส์ป้องกันกระแสเกิน เป็นฟิวส์หรือเซอร์กิตเบรกเกอร์ กรณีเดินร้อยท่อจะใช้เป็นสายเดี่ยว
การดูว่าสายไฟมีขนาดถูกต้องหรือไม่นั้นก็ให้ดูที่เปลือกของสายไฟ ปกติจะระบุมาตรฐานการผลิตขนาดสาย อุณหภูมิ การใช้งาน และแรงดันไฟฟ้า สำหรับชนิดของสายอาจเป็นชื่อเรียก เช่น VAF หรือระบุเป็นตารางของมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เช่น TIS 11-2531 Table 2 ซึ่งหมายถึงสาย VAF หรือสายพีวีซีคู่ ชนิดแบนนั่นเอง และสายพีวีซีคู่นี้จะมีสายอยู่สองสีด้วยกันคือ สีดำ ใช้เดินเป็นสายเส้นไฟ และสีเทา ใช้เดินเป็นสายนิวทรัล
ปัจจุบันทางการไฟฟ้าฯ ได้กำหนดให้บางวงจร โดยเฉพาะวงจรเต้ารับในอาคารบ้านเรือนใช้ไฟแบบ 3 แกน ซึ่งเป็นสายทองแดงหุ้มฉนวนมีสายสีเขียวเพิ่มมาอีก 1 เส้น รวมเป็น 3 เส้น ประกบอยู่ในสายสายเดียว สายสีเขียวจะใช้เป็นสายดินเพื่อป้องกันไฟดูดเมื่อมีไฟรั่วเครื่องใช้ไฟฟ้า
"บาร์โธโลมีโอ คริสโตโฟรี" ผู้คิดค้นเปียโน ตัวแรกของโลก
"บาร์โธโลมีโอ คริสโตโฟรี" ได้รับการยอมรับว่า เป็นผู้ประดิษฐ์คิดค้นเปียโนตัวแรกของโลก ซึ่งวันที่ 4 พฤษภาคม 2558 นี้ จะเป็นวันครบรอบวันเกิด 360 ปีของเขา
เขาเกิดเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ปีค.ศ. 1655 ที่เมืองปาดัวร์ ประเทศอิตาลี ทำงานอยู่กับเจ้าชายเฟอดินานแห่งอิตาลี่ ในฐานะ “ผู้ดูแลเครื่องดนตรี” โดยเขาเป็นผู้เชียวชาญการทำ Harpsichord (ฮาร์ปซิคอร์ด เป็นเครื่องดนตรีตะวันตก ในยุคบาโรค ประเภทเครื่องดีด โดยมีการพัฒนามาจากเครื่องดนตรีประเภทพิณ และกีตาร์ กลไกการเกิดเสียงจะใช้การเกี่ยวดึงสายโลหะซึ่งมีขนาด และความยาวแตกต่างกันเพื่อให้ได้เสียงความถี่ต่างๆ การเล่นเครื่องดนตรีนี้จะใช้ คีย์บอร์ด (Keyboard) ในการสร้างกลไกในการดึงสาย)
ผลงานที่มีชื่อเสียงและทำให้คนทั่วไปจดจำเขาได้คือ การสร้างเปียโนเครื่องแรกขึ้นในปี ค.ศ. 1726 ซึ่งเป็นเปียโนที่มีกลไกการทำงานค่อนข้างจะสมบูรณ์ โดยเปียโน (Piano) เป็นชื่อที่เขาเรียกย่อมาจากชื่อเต็มๆ ว่า Piano et Forte (หมายถึง เบา และ ดัง) เพราะเปียโนเป็นเครื่องดนตรีสามารถผลิตเสียงเบาหรือดังได้ โดยสามารถทำเสียง เบาและดังได้โดยใช้ระยะเวลาเพียงเสี้ยววินาที และเป็นเครื่องดนตรีที่มีความกว้างของ เสียง (Range) ถึง 88 เสียง ซึ่งเครื่องดนตรี Keyboard อื่นๆ ทำไม่ได้ ซึ่งการที่เปียโนทำเสียงเบาและดังได้เช่นนั้น ทำให้ สามารถใช้บรรเลงเพลงซึ่งแสดงอารมณ์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ทำให้คนฟังได้อารมณ์สุนทรีย์
ซึ่งเปียโนหลังแรกถือกำเนิดขึ้นจากคริสโตโฟรี ได้ถูกสร้างขึ้นมาโดยที่ไม่ต้องมีต้นแบบใดๆ ทั้งสิ้น โดยเขาสามารถคิดค้นวิธีการที่ทำให้ค้อนตีลงบนสายและเด้งกลับทันทีได้อย่างอัจฉริยะ (ถ้าค้อนตีสายแล้วไม่เด้งกลับเสียงจะไม่ออก เพราะสายจะไม่สั่น) แต่ว่าเปียโนของคริสโตโฟรีนี้ก็ยังไม่ดีเท่าที่ควร แต่ก็ถือว่าเป็นเปียโนต้นแบบที่ได้รับการพัฒนามาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน
เขาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 27 มกราคม ปีค.ศ. 1731 ที่เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี
เพราะเขา ทำให้เรามีเครื่องดนตรีที่มีเสียงไพเราะอย่างลึกล้ำเช่นเปียโนมาจนถึงทุกวันนี้
ปียโน (ย่อมาจาก เปียโนฟอเต) เป็นเครื่องดนตรีที่บรรเลงโดยการกดลิ่มนิ้ว (คีย์บอร์ด) มักใช้นิยมบรรเลงเพลงแนว คลาสสิก และ แจ๊ส แม้ว่าเปียโนจะมีขนาดใหญ่และหนักทำให้ไม่สามารถพกพาได้ และมีราคาค่อนข้างแพง แต่เปียโนก็เป็นเครื่องดนตรีที่ได้เปรียบเครื่องดนตรีมากมาย เสียงของเปียโนสามารถเข้ากับเครื่องดนตรีเกือบทุกชนิด ดังนั้นเปียโนจึงสามารถเล่นได้ทั้งแบบบรรเลงเดี่ยว, แชมเบอร์, คลอเสียง หรือแม้กระทั่งร่วมกับวง ออร์เคสตรา
ฝาครอบและแผ่นครอบของเปียโนอะคูสติกจะทำมาจากไม้ ในขณะที่กระดานเสียง (soundboard) จะถูกทำจากเหล็กกล้า และขึงด้วยสายโลหะ ลิ่มนิ้วของเปียโนมาตรฐาน มีอยู่ทั้งหมด 88 คีย์ (คีย์ขาว 52, คีย์ดำ 36) ช่วงคีย์ปกติจะมีสายโลหะอยู่ 3 เส้นในหนึ่งคีย์ และคีย์เบสจะมีสายโลหะเส้นใหญ่อยู่ 1–2 เส้นในหนึ่งคีย์ เมื่อกดคีย์ จะเกิดเป็นเสียงโน้ตดนตรีที่มีความถี่การสั่นพ้องแตกต่างกันออกไป และเมื่อปล่อยคีย์ เสียงก็จะถูกตัด หากต้องการให้เสียงกังวานและลากยาวก็สามารถทำให้ โดยการเหยียบเพดัลขวา (คันเหยียบ) ที่อยู่บริเวณด้านล่างของเปียโนค้างไว้
ที่มา http://www.zcooby.com/bartolomeo-cristofori-who-invented-the-piano/
เขาเกิดเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ปีค.ศ. 1655 ที่เมืองปาดัวร์ ประเทศอิตาลี ทำงานอยู่กับเจ้าชายเฟอดินานแห่งอิตาลี่ ในฐานะ “ผู้ดูแลเครื่องดนตรี” โดยเขาเป็นผู้เชียวชาญการทำ Harpsichord (ฮาร์ปซิคอร์ด เป็นเครื่องดนตรีตะวันตก ในยุคบาโรค ประเภทเครื่องดีด โดยมีการพัฒนามาจากเครื่องดนตรีประเภทพิณ และกีตาร์ กลไกการเกิดเสียงจะใช้การเกี่ยวดึงสายโลหะซึ่งมีขนาด และความยาวแตกต่างกันเพื่อให้ได้เสียงความถี่ต่างๆ การเล่นเครื่องดนตรีนี้จะใช้ คีย์บอร์ด (Keyboard) ในการสร้างกลไกในการดึงสาย)
ผลงานที่มีชื่อเสียงและทำให้คนทั่วไปจดจำเขาได้คือ การสร้างเปียโนเครื่องแรกขึ้นในปี ค.ศ. 1726 ซึ่งเป็นเปียโนที่มีกลไกการทำงานค่อนข้างจะสมบูรณ์ โดยเปียโน (Piano) เป็นชื่อที่เขาเรียกย่อมาจากชื่อเต็มๆ ว่า Piano et Forte (หมายถึง เบา และ ดัง) เพราะเปียโนเป็นเครื่องดนตรีสามารถผลิตเสียงเบาหรือดังได้ โดยสามารถทำเสียง เบาและดังได้โดยใช้ระยะเวลาเพียงเสี้ยววินาที และเป็นเครื่องดนตรีที่มีความกว้างของ เสียง (Range) ถึง 88 เสียง ซึ่งเครื่องดนตรี Keyboard อื่นๆ ทำไม่ได้ ซึ่งการที่เปียโนทำเสียงเบาและดังได้เช่นนั้น ทำให้ สามารถใช้บรรเลงเพลงซึ่งแสดงอารมณ์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ทำให้คนฟังได้อารมณ์สุนทรีย์
ภาพแสดงหลักการทำงานของ Piano et Forte
ซึ่งเปียโนหลังแรกถือกำเนิดขึ้นจากคริสโตโฟรี ได้ถูกสร้างขึ้นมาโดยที่ไม่ต้องมีต้นแบบใดๆ ทั้งสิ้น โดยเขาสามารถคิดค้นวิธีการที่ทำให้ค้อนตีลงบนสายและเด้งกลับทันทีได้อย่างอัจฉริยะ (ถ้าค้อนตีสายแล้วไม่เด้งกลับเสียงจะไม่ออก เพราะสายจะไม่สั่น) แต่ว่าเปียโนของคริสโตโฟรีนี้ก็ยังไม่ดีเท่าที่ควร แต่ก็ถือว่าเป็นเปียโนต้นแบบที่ได้รับการพัฒนามาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน
เขาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 27 มกราคม ปีค.ศ. 1731 ที่เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี
เพราะเขา ทำให้เรามีเครื่องดนตรีที่มีเสียงไพเราะอย่างลึกล้ำเช่นเปียโนมาจนถึงทุกวันนี้
ปียโน (ย่อมาจาก เปียโนฟอเต) เป็นเครื่องดนตรีที่บรรเลงโดยการกดลิ่มนิ้ว (คีย์บอร์ด) มักใช้นิยมบรรเลงเพลงแนว คลาสสิก และ แจ๊ส แม้ว่าเปียโนจะมีขนาดใหญ่และหนักทำให้ไม่สามารถพกพาได้ และมีราคาค่อนข้างแพง แต่เปียโนก็เป็นเครื่องดนตรีที่ได้เปรียบเครื่องดนตรีมากมาย เสียงของเปียโนสามารถเข้ากับเครื่องดนตรีเกือบทุกชนิด ดังนั้นเปียโนจึงสามารถเล่นได้ทั้งแบบบรรเลงเดี่ยว, แชมเบอร์, คลอเสียง หรือแม้กระทั่งร่วมกับวง ออร์เคสตรา
ฝาครอบและแผ่นครอบของเปียโนอะคูสติกจะทำมาจากไม้ ในขณะที่กระดานเสียง (soundboard) จะถูกทำจากเหล็กกล้า และขึงด้วยสายโลหะ ลิ่มนิ้วของเปียโนมาตรฐาน มีอยู่ทั้งหมด 88 คีย์ (คีย์ขาว 52, คีย์ดำ 36) ช่วงคีย์ปกติจะมีสายโลหะอยู่ 3 เส้นในหนึ่งคีย์ และคีย์เบสจะมีสายโลหะเส้นใหญ่อยู่ 1–2 เส้นในหนึ่งคีย์ เมื่อกดคีย์ จะเกิดเป็นเสียงโน้ตดนตรีที่มีความถี่การสั่นพ้องแตกต่างกันออกไป และเมื่อปล่อยคีย์ เสียงก็จะถูกตัด หากต้องการให้เสียงกังวานและลากยาวก็สามารถทำให้ โดยการเหยียบเพดัลขวา (คันเหยียบ) ที่อยู่บริเวณด้านล่างของเปียโนค้างไว้
ที่มา http://www.zcooby.com/bartolomeo-cristofori-who-invented-the-piano/
วันพุธที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2558
การโยงสายไฟเข้าบ้าน
ระยะห่างของระเบียงกับสายไฟตามกฎฯของการไฟฟ้า
การโยงพาดสายใกล้หน้าต่างบ้านตามกฏของการไฟฟ้า
ระยะความสูงเหนือถนนหรือทางเดินตามกฏของการไฟฟ้า
การติดตั้งฝาครอบท่อรับสายแบบหัวงูเห่าตามกฏของการไฟฟ้า
สายโยงพาดระหว่างเสากับลูกถ้วยควรอยู่ต่ำกว่าหัวงูเห่า(Service Entrance cap) ซึ่งในทางปฏิบัติมักทำไม่ได้เนื่องจากพื้นที่มีจำกัด ดังนั้นการติดตั้งควรให้หัวงูเห่าห่างจากลูกถ้วยไม่เกิน 24 นิ้ว ในทางด้านใดด้านหนึ่ง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)













