วันจันทร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

รักษาชีวิตไว้ให้ดี


สังคมในยุคนี้ ....
ผู้หญิง.... ถ่ายหน้าอก
ผู้ชาย .....ถ่ายรถ โชว์ลงเฟส
ใคร ?? จะไปรู้ว่า ...
อกนั้น ! .... ปลอม หรือ จริง
รถนั้น ! .....เป็นของเขา หรือของใคร ?
สัตว์ .... เริ่มสวมใส่เสื้อผ้า เหมือนกับ คน
คน ... เริ่มอวดเนื้อหนังเหมือนกับ สัตว์

เด็ก .... ทำตัวแก่แดดเหมือน ผู้ใหญ่
ผู้ใหญ่ ... ทำตัวแอ๊บแบ๊วเหมือนกับ เด็ก

ผู้หญิง .... ทำตัวห้าวเป็นเหมือน ผู้ชาย
ผู้ชาย ..... ทำตัวมุ้งมิ้งเหมือน ผู้หญิง

คนจน .... ทำรวยเป็น เศรษฐี
คนรวย ....ทำจนเหมือน ยาจก

เถ้าแก่ .... แต่งตัวเหมือน ลูกจ้าง
ลูกจ้าง ....แต่งตัวเหมือน เถ้าแก่

พ่อแม่ .... เรียกลูกว่า พี่
ลูก ..........แทนตัวเองว่า น้อง

คนโสด .... ทำตัวเหมือน แม่บ้าน
แม่บ้าน .....ทำตัวเหมือนคน โสด
สักวันหนึ่ง ! ....
คุณจะเข้าใจ ใส่นาฬิกาเรือนละสามร้อย หรือสามหมื่น วันหนึ่ง ก็มี 24ชั่วโมงเหมือนกัน

ดื่มเหล้าแก้วละสามสิบ หรือแก้วละสามพัน ....... ก็อ๊วกออกมาเหมือนๆกัน !

อยู่บ้านกว้าง 30 ตารางเมตร หรือ 300 ตารางวา ...... ความโดดเดี่ยว ก็ไม่ต่างกัน !

สูบบุหรี่มวนละสิบบาท หรือมวนละร้อย ....... ก็เป็นมะเร็งปอดเหมือนกัน

#สักวันหนึ่ง .....
คุณก็จะเข้าใจ ความสุขในจิตใจ ไม่มีทางหาได้จาก วัตถุภายนอก
เพราะฉะนั้น ! จงรู้พอใจ พอมี พออยู่ พอเพียง จึงได้มีความสุข .....

ใช้ชีวิตอยู่กับใครนั้น ! สำคัญมาก ....
ใครอยู่กับเราตลอดไปนั้น ! หาได้ยากยิ่งกว่า !!

คนในโลกใบนี้ มีตั้ง 7.2 พันล้านคน ที่เราได้มารู้จักกัน มาอยู่ร่วมกัน
หากไม่ถนอมรักษา ก็น่าเสียดาย ! ...

#เก็บรักเก็บมิตรภาพดีๆกันไว้บ้าง !
ก่อนที่มันจะเหือดแห้งหายไป .....
..... จนเหลือเป็นเพียงแค่ เรื่องเล่า…

credit : เพจอยากเล่าบอกต่อ

วันศุกร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

วิธีทำกายภาพมือ ป้องกันนิ้วล็อคถาวร


“มือ” ถือได้ว่าเป็นอวัยวะสำคัญที่ต้องมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะหยิบจับสิ่งของ หรือใช้งานในกิจกรรมอื่นๆ ทั้งเด็กที่จะต้องใช้มือในการเขียนหนังสือ ผู้ใหญ่คนทำงานที่ต้องใช้มือกับแป้นพิมพ์ เขียนงานเอกสาร หรือใช้ในงานด้านต่างๆ ตลอดจนแม่บ้านที่ทำงานบ้าน ซักผ้าบิดผ้า หิ้วถุงจ่ายตลาด

ภาวะนิ้วล็อค เป็นกลุ่มอาการหนึ่งที่เกิดกลุ่มคนที่ใช้มือในการทำงานอย่างหนัก ก็จะพบว่ามีอาการเจ็บและมีเสียงดังกึก ทำให้เส้นเอ็นไม่โก่งตัวออกเมื่องอนิ้ว แต่เมื่อมีการอักเสบเส้นเอ็นจะบวมและหนาตัว ทำให้ลอดผ่านห่วงลำบาก จึงรู้สึกเจ็บและเกิดอาการนิ้วล็อคตามมา ส่วนใหญ่จะพบในผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะแม่บ้าน ส่วนในผู้ชายมักจะพบในผู้ที่มีอาชีพที่ต้องใช้มือหนักๆ เช่น พนักงานพิมพ์ดีด นักกอล์ฟ

โดยส่วนใหญ่เกิดในผู้หญิงอายุ 45 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะแม่บ้านที่ใช้มือทำงานอย่างหนัก เช่น หิ้วตะกร้าจ่ายกับข้าว ชอปปิ้ง บิดผ้า ส่วนในผู้ชายมักพบในอาชีพที่ใช้มือทำงานหนักๆ มีการจับ ออกแรงบีบอุปกรณ์ซ้ำๆ เช่น คนทำสวนใช้กรรไกรตัดกิ่งไม้ ช่างที่ใช้ไขควงหรือเลื่อย พนักงานพิมพ์ดีด นักกอล์ฟ ช่างงานฝีมือ นักยูโด และหมอนวดแผนโบราณเป็นต้น

ในแต่ละกิจกรรมจะใช้งานแต่ละนิ้วไม่เหมือนกัน จึงทำให้เกิดนิ้วล็อคที่ตำแหน่งนิ้วต่างกันด้วย เช่น อาชีพครู หรือนักบริหาร มักเป็นนิ้วล็อคที่นิ้วโป้งขวา เพราะใช้เขียนหนังสือมาก และใช้นิ้วโป้งกดปากกานานๆ ส่วนแม่บ้านซักบิดผ้า มักเป็นที่นิ้วชี้ซ้ายและขวา แต่ทั้งนี้ภาวะดังกล่าวไม่มีอันตรายใดๆ เพียงแต่ให้ความรู้สึกเจ็บปวด และใช้มือได้ไม่ถนัด เป็นโรคที่สามารถป้องกัน และรักษาให้หายได้ ถ้ารู้จักวิธีดูแลตนเองอย่างถูกต้อง

ในระยะแรกจะมีอาการปวดบริเวณโคนนิ้วมือ กำมือไม่ถนัด หรือกำได้ไม่เต็มที่โดยเฉพาะตอนเช้าหลังตื่นนอน พอใช้มือไปสักพักก็จะกำมือได้ดีขึ้น เวลางอที่จะเหยียดนิ้วมือมักจะได้ยินเสียงดังกึก ต่อมาจะมีอาการนิ้วล็อค คือ เวลางอนิ้วจะเหยียดขึ้นเองไม่ได้ มักเกิดกับมือข้างถนัดที่ใช้งาน ซึ่งอาจเป็นเพียงนิ้วเดียว หรือเป็นพร้อมกันหลายนิ้วก็ได้ บางรายอาจรุนแรงถึงนิ้วบวมชา ติดแข็งจนใช้งานไม่ได้

วิธีทำกายภาพมือแบบง่ายๆ ก่อนจะเป็นนิ้วล็อคถาวร

1. ยืดกล้ามเนื้อแขน มือ นิ้วมือ โดยยกแขนระดับไหล่ ใช้มือข้างหนึ่งดันให้ข้อมือกระดกขึ้น-ลง ปลายนิ้วเหยียดตรงค้างไว้ นับ 1-10 แล้วปล่อยทำ 6-10 ครั้ง/เซต

2. บริหารการกำ-แบมือ โดยฝึกกำ-แบ เพื่อเพิ่มการเคลื่อนไหวของข้อนิ้วมือ และกำลังกล้ามเนื้อภายในมือ หรืออาจถือลูกบอลในฝ่ามือก็ได้ โดยทำ 6-10 ครั้ง/เซต

3. ท่าเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อที่ใช้งอ-เหยียดนิ้วมือ โดยใช้ยางยืดช่วยต้าน แล้วใช้นิ้วมือเหยียดอ้านิ้วออก ค้างไว้ นับ 1-10 แล้วค่อยๆ ปล่อย ทำ 6-10 ครั้ง/เซต

วิธีลดความเสี่ยงการเป็นนิ้วล็อค

1. ไม่หิ้วของหนักเกินไป ถ้าจำเป็นต้องหิ้วให้ใช้ผ้าขนหนูรอง และหิ้วให้น้ำหนักตกที่ฝ่ามือ อาจใช้วิธีการอุ้มประคองหรือรถเข็นลากแทน เพื่อลดการรับน้ำหนักที่นิ้วมือ

2. ควร ใส่ถุงมือ หรือห่อหุ้มด้ามจับเครื่องมือให้นุ่มขึ้นและจัดทำขนาดที่จับเหมาะแก่การใช้งาน ขณะใช้เครื่องมือทุ่นแรง เช่น ไขควง เลื่อย ค้อน ฯลฯ

3. งานที่ต้องใช้เวลาทำงานนานต่อเนื่อง ทำให้มือเมื่อยล้า หรือระบม ควรพักมือเป็นระยะๆ และออกกำลังกายยืดกล้ามเนื้อมือบ้าง

4. ไม่ขยับนิ้วหรือดีดนิ้วเล่น เพราะจะทำให้เส้นเอ็นอักเสบมากยิ่งขึ้น

5. ถ้ามีข้อฝืดตอนเช้า หรือมือเมื่อยล้า ให้แช่น้ำอุ่นร่วมกับการขยับมือกำแบเบา ๆ ในน้ำ จะทำให้ข้อฝืดลดลง

กลุ่มอาชีพที่เสี่ยงต่อการเป็นนิ้วล็อค (Mix Magazine)

โรคนิ้วล็อค

เป็นโรคที่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อและกระดูก ซึ่งเป็นโรคที่พบได้บ่อยกับทุกเพศทุกวัย แต่จะส่วนใหญ่จะพบได้มากในกลุ่มคนวัยทำงาน โรคนี้ไม่ได้เกิดอันตรายถึงชีวิต แต่หากใครก็ตามที่เป็นโรคนี้แล้ว มือของคุณจะไม่สามารถกลับมาใช้งานได้เต็ม 100 % เพราะจะทั้งเจ็บปวด ทั้งน่ารำคาญ ไม่สามารถหยิบจับอะไรได้สะดวก แถมต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเพื่อจะได้ไม่เกิดการผิดพลาดในการหยิบจับ ส่วนสาเหตุของการเกิดนิ้วล็อคนั้นก็จะมาจากการทำงานที่ต้องใช้นิ้วซ้ำๆ กันบ่อยๆ ทำให้นิ้วเกิดการเกร็ง ซึ่งจะทำให้ ปลอกหุ้มเอ็นอักเสบ จนสุดท้ายก็นำไปสู่การเป็นภาวะนิ้วล็อคได้

อาชีพอะไรบ้างที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคนิ้วล็อค

1. นักกอล์ฟ (Golfer)

นักกอล์ฟส่วนใหญ่จะพบว่าตัวเองมีอาการเป็นนิ้วล็อค สาเหตุก็เพราะนักกอล์ฟที่ตีกอล์ฟ และ ทำการฝึกซ้อมมากๆ เป็นเวลานานๆ การเกร็งมือจับไม้กอล์ฟไว้แน่นๆ การออกแรงสวิงมากเกินไป และการหวดวงสวิงซ้อมติดต่อกันทุกๆ วัน ปัจจัยเหล่านี้จะส่งผลทำให้เกิดการอักเสบของปลอกหุ้มเอ็นที่ข้อนิ้วมือ ส่วนอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดนิ้วล็อคก็คือ การเลือกไม้กอล์ฟที่หนักเกินกำลังของวงแขนและมือ โดยส่วนใหญ่ท่านนักกอล์ฟจะเลือกไม้ที่มีความหนัก เช่น ไม้กอล์ฟก้านเหล็กที่ความแข็งของก้านตั้งแต่ 5.5 – 6.5 ขึ้นไป เพื่อหวังระยะในการตีแต่ละครั้ง ทุกครั้งที่หวดซ้อมลูกและโดนลูกไม่เต็มใบ แรงสั่นหรือแรงช็อคของไม้จะส่งถึงมือและข้อนิ้วโดยตรงเป็นเหตุให้เกิดโรคนิ้วล็อคในระยะยาว

2. หมอนวดแผนโบราณ (Massager)

นวดแผนโบราณเป็นอาชีพที่ต้องใช้กำลังจากนิ้วมืออย่างมากที่สุด คนที่จะทำการนวดได้จะต้องเป็นคนที่มีพลังจากแรงกดของมือค่อนข้างหนักมาก โดยเฉพาะนิ้วหัวแม่โป้ง ข้อนิ้วมือแรกและหลังข้อนิ้วที่สอง เพราะต้องใช้นิ้วเหล่านี้ทำการกดบีบ ตัดเส้นให้กับลูกค้าที่มีอาการเส้นตึงทั้งหลาย โดยเฉพาะการนวดเท้าซึ่งผู้ที่มีเท้าแข็งและหนา คนที่นวดจึงต้องออกแรงใช้นิ้วมือนวดอย่างมาก แม้ว่าจะมีไม้นวดเท้าออกมาช่วย แต่อาชีพนวดแผนโบราณนั้น ก็ยังคงเสี่ยงต่อการเกิดนิ้วล็อคอยู่ดี เพราะไม่ใช่แค่ส่วนเท้าอย่างเดียวที่ต้องนวด แต่หมายถึงทั้งร่างกายตั้งแต่หัวจรดเท้าที่มือต้องทำหน้าที่บีบนวดคลายเส้น

3. ช่าง (Craftsman, Mechanic)

อาชีพช่างนั้นมีความจำเป็นที่จะต้องใช้มืออย่างหนัก เพราะต้องอยู่กับเครื่องมือที่ต้องใช้แรง โดยเฉพาะงานอย่างช่างฝีมือหรือช่างเครื่อง ที่วัน ๆ ต้องอยู่กับไขควง ประแจ สิ่ว กบไสไม้ ขวาน หรือค้อนต่าง ๆ ยิ่งงานใดที่ต้องการความประณีต ละเอียดอ่อน ยิ่งทำให้มือต้องใช้งานหนักมากยิ่งชึ้น ซึ่งนั่นก็หมายถึงความเสียหายที่มือจะต้องได้รับนั่นเอง ยิ่งใช้งานอย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ โดยไม่มีการพัก ก็จะทำให้เกิดอาการนิ้วล็อคขึ้นได้

4. นักยูโด (Judo, Jujitsu)

นักยูโดก็เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ต้องฝึกฝนกำลังข้อมือกำลังแขน และกำลังนิ้วเป็นอย่างมาก เพื่อที่จะได้มีความแข็งแรงมากพอที่จะจับคู่ต่อสู้ทุ่มลงไปนอนกับพื้นได้ ซึ่งนักยูโคต้องใช้มือกำตรงชายเสื้อชุดยูโด (กิ) แล้วฉุดกระชากดึงในท่วงท่าที่หลากหลายรูปแบบเพื่อให้คู่ต่อสู้เสียหลัก ซึ่งบางครั้งคู่ต่อสู้บิดตัวทำให้ชายเสื้อม้วนรัดที่กำปั้นและข้อมือ ซึ่งทำให้เกิดอาการบาดเจ็บได้ กีฬายูโดเป็นกีฬาที่ต้องใช้กำลังนิ้วติดต่อกับเป็นเวลานานไม่ว่าจะเป็นในเวลาแข่งหรือในเวลาซ้อม อีกทั้งนักยูโดจะฝึกกำลังนิ้ว ด้วยการนำเอายางในจักรยานมาผูกเข้ากับเสา แล้วดึงขึ้นลงอยู่ตลอดทำให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคนิ้วล็อคได้มากกว่าอาชีพอื่น ๆ

5. แม่บ้าน (Housewife)

อาชีพแม่บ้านเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นนิ้วล็อค ซึ่งหากเราดูกันอย่างผิวเผินแล้วจะคิดว่าอาชีพนี้ไม่น่าจะเกิดอันตรายกับนิ้วมือได้ แต่คุณอย่าลืมว่าอาชีพแม่บ้านนั้น งานหลักที่ต้องทำคือทำงานในบ้าน ไม่ว่าจะทำกับข้าว จ่ายตลาด ทำความสะอาดบ้าน แต่ในทุกรายละเอียดของการทำงานนั้นเต็มไปด้วยสภาวะที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคนิ้วล็อคไดเทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นตอนที่หิ้วตะกร้าหรือหิ้วถุงเดินตลาด การทำกับข้าวที่ต้องใช้แรงผัด แรงกวน หรือการซักผ้า บิดผ้า ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่จะเกิดนิ้วล็อคได้ทั้งสิ้นตลอดเวลาในการทำงาน ที่สำคัญอาชีพแม่บ้านนั้นไม่เคยมีวันหยุด จะต้องทำซ้ำๆ แบบนั้นอยู่ทุกๆ วันปัจจุบันนี้จึงจะพบว่าแม่บ้านเป็นจำนวนมาก ที่จะป่วยเป็นโรคนิ้วล็อคอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://นิ้วล็อค.com

วันอังคารที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ใครรวยกว่ากัน


...สตรี 4 คนเจอกันงานเลี้ยงรุ่น หลังจากไม่เจอกันมาถึง 30 ปี...

...เพื่อนคนหนึ่งออกไปตักอาหาร ขณะที่สามคนเริ่มพูดถึง ความสำเร็จของลูกชาย...

...คนหนึ่งบอก ลูกชายจบเศรษฐศาสตร์ ทำงานเป็นนายธนาคาร ร่ำรวยมาก
เขาเพิ่งซื้อรถเฟอร์รารี ให้แฟนเป็นของขวัญวันเกิด...

...คนที่สองคุยว่า ลูกชายเป็นนักบิน มีสายการบินของตัวเอง ร่ำรวยมาก
สัปดาห์ก่อนซื้อเครื่องบินเจ็ท ให้เป็นของขวัญวันเกิดแฟนเหมือนกัน...

...คนที่สามบอกว่า ลูกชายจบวิศวกรรม มีบริษัทของตนเอง ร่ำรวยมาก
เพิ่งยกคฤหาสน์ ให้ไปเป็นของขวัญวันเกิดแฟน...

...คุณแม่คนแรกกลับมาที่โต๊ะ พร้อมอาหารที่ตักมาเต็มจาน ถามเพื่อนว่า กำลังเมาท์อะไรกัน...

...คุณแม่ทั้งสามบอกว่า กำลังพูดถึง ความสำเร็จของลูกๆ แล้วถามถึงลูกของเพื่อนคนแรก...

...หล่อนอึ้งไปชั่วอึดใจ ก่อนบอกว่า ลูกชายเป็นเกย์ ทำงานบาร์เกย์...

...ทั้งสามพูดว่า ลูกคงทำให้เธอผิดหวัง ที่ไม่ประสพความสำเร็จในชีวิต...

..."โอ้...ไม่หรอก จะว่าไปมันก็โอเคนะ วันเกิดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
มันได้รับรถเฟอร์รารี่ เครื่องบินเจ็ท และคฤหาสน์ จากผัวมันทั้งสามคน"...

...คุณแม่ทั้งสามเป็นลม หงายตึงไปเลยในทันที.

วันจันทร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ฟิตเตรียมความพร้อมก่อนก้าวเดิน



หลายๆคนเข้าใจตรงกันว่า "การเดิน" เป็นการออกกำลังกายที่ไม่ต้องลงทุนอะไรมากมาย แถมยังเหมาะสำหรับทุกเพศ ทุกวัย ขอเพียงแค่ฟิตร่างกายให้พร้อมก็ออกเดินได้ทันที แต่จริงๆแล้วการเดินให้ถูกวิธีก็ต้องมีการเตรียมความพร้อมเช่นเดียวกัน

ก่อนเดิน เราต้องเตรียมเสื้อผ้าที่เหมาะสม และรองเท้าที่ยืดหยุ่น กระชับเท้าแลำน้ำหนักเบา ซึ่งจะช่วยให้คุณได้เดินอย่างมั่นใจและย่ำเท้าได้ไกลขึ้น เพราะสามารถป้องกันการบาดเจ็บที่จะเกิดขึ้นกับข้อเท้า จากนั้นควรยืดเหยียดกล้ามเนื้อประมาณ 5 - 10 นาที

ก่อนเริ่มเดิน สำหรับท่าเดินที่ถูกต้องและเหมาะสมนั้น ศีรษะและลำตัวต้องตรง ตามองไปข้างหน้า งอข้อศอกประมาณ 90 องศา พร้อมกำมือหลวมๆ และในขณะที่เดินให้แกว่งแขน ก้าวขาด้วยจังหวะที่เหมาะสม โดยให้ใช้แรงเหวี่ยงจากสะโพกในการก้าวขาไปข้างหน้า และให้ลงน้ำหนักที่ส้นเท้าก่อนถ่ายน้ำหนักลงเต็มฝ่าเท้า ยกส้นเท้าขึ้นถ่ายน้ำหนักสู่ปลายเท้าก่อนยกเท้าก้าวไป ห้ามเดินก้มหน้า หรือเดินเอียงตัวไปข้างหน้ามากกว่า 5 องศา และไม่ควรเดินเกร็งไหล่ เพื่อป้องกันการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ ส่วนใครที่ต้องการเดินให้เร็วขึ้นก็สามารถทำได้ด้วยการก้าวเท้าให้ยาวกว่าปกติ แต่ต้องไม่ยาวเกินไปเพราะจะทำให้บาดเจ็บที่สะโพกหรือขาได้

ที่มา : กรมอนามัย

วันอาทิตย์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2560

ขงเบ้งสอนผู้บริหาร


ขงเบ้งกล่าว เล่าความว่า ห้าคนนี้
หากอยู่ที่ องค์กรใด ให้หมองศรี
รีบกำจัด ตัดกิ่งใบ อย่าให้มี
เป็นราคี มีแต่เรื่อง เปลืองเงินตรา

หนึ่งคนใด นิสัยชั่ว วางตัวใหญ่
กิจการใด ประโยชน์ฉัน ขันอาสา
หวังตำแหน่ง แห่งหน คนระอา
งานในหน้า ที่ของตน ไม่สนใจ

สองคนใด ทำไม่รู้ ดูเกณฑ์กฏ
ที่กำหนด บทหนักเบา ไม่เอาไหน
ชังงานหนัก รักงานเบา เอาแต่ใจ
ไม่เห็นใคร สบอารมณ์ ชมว่าดี

สามคนใด ให้เอ็นดู ผู้ทำผิด
ช่วยปกปิด ความเลวให้ ได้หลบหนี
กลับถูกผิด บิดเบือนความ ตามคดี
เป็นฤาษี แปลงสาร การนานา

สี่คนใด ใฝ่แต่พรรค รักแต่พวก
ทางสะดวก พวกของฉัน สำคัญหนา
ไม่ส่งเสริม เติมแต่ง ตำแหน่งพา
เพียงเพราะว่า ใช่พวกตน คนของเรา

ห้าคนใด ได้สินบน ตนชื่นชอบ
ยินดีกอรป มอบประโยชน์ โพดผลเขา
ไม่คำนึง ซึ่งผลผิด คิดรับเอา
เป็นรากเง่า ความเสื่อมลง ขององค์กร

วันเสาร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2560

มารู้จัก..โรคภัตตาคารจีน..กันเถอะ



แค่เอ่ยชื่อโรคภัตตาคารจีนขึ้นมา หลายคนอาจงงว่า..มันคือโรคอะไรกันแน่?

โรคภัตตาคารจีนหรือศัพท์ทางการแพทย์เรียกว่า "ไชนีส เรสเตอรองต์ซินโดรม" เกิดจากการแพ้ผงชูรส ทำให้รู้สึกชาที่ปาก ลิ้น ปวดกล้ามเนื้อบริเวณโหนกแก้ม ต้นคอ หน้าอก คลื่นไส้ อาเจียน กระหายน้ำ

ผู้ที่แพ้มากๆจะชาที่ใบหน้า หู อาจเป็นอัมพาตตามแขนขาชั่วคราวได้ แต่อาการเหล่านี้จะหายได้เองภายใน 2 ชั่วโมง หากไม่มีอาการแทรกซ้อนอื่นๆ แต่กลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังให้มากคือ หญิงตั้งครรภ์ ที่ไม่ควรกินผงชูรสเด็ดขาด เพราะอาจส่งผลต่อทารกในครรภ์ได้

ยิ่งขณะนี้มีการผลิตผงชูรสปลอมออกมาวางจำหน่าย ทำให้ผู้บริโภคต้องระมัดระวังเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ง่ายๆคือ นำผงชูรสประมาณครึ่งช้อนชาใส่งลงในช้อนโลหะเผาจนไหม้ หากเป็นผงชูรสแท้ สารนั้นจะไหม้เป็นถ่านสีดำที่ช้อน แต่ถ้าเป็นผงชูรสที่มีส่วนผสมของบอแรกซ์หรือโซเดียมเมตาฟอสเฟตผสมอยู่ จะพบว่ามีทั้งส่วนที่ไหม้เป็นสีดำและส่วนที่เหลือค้างเป็นสีขาวที่ช้อน

ก่อนเลือกซื้อจึงต้องใส่ใจกันหน่อย ทั้งหีบห่อบรรจุควรอยู่ในสภาพดี ขอบผนึกไม่มีรอยตำหนิ มีชื่ออาหารแสดงคำว่า "ผงชูรส"

ที่สำคัญต้องมีเครื่องหมา อย. รับรองความปลอดภัย

ที่มา : กรมอนามัย

วันศุกร์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2560

เนื้องอกในมดลูกเรื่องจริงที่ผู้หญิงควรรู้


ก่อนจะมาทำความรู้จักว่าเนื้องอกในมดลูกคืออะไร ลองพิจารณาดูว่าคุณมีอาการต่อไปนี้บ้างหรือไม่

                    - ปวดท้องประจำเดือนมากกว่าปกติ

                    - มีเลือดออกมากระหว่างรอบเดือน

                    - ปัสสาวะบ่อยขึ้นแต่ออกไม่มาก

                    - มีอาการท้องผูกผิดปกติ

                    - อยู่เฉยๆ ก็มีอาการปวดท้อง

หากคุณมีอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณผิดปกติที่บ่งว่าคุณอาจมีเนื้องอกในมดลูกได้

เนื้องอกในมดลูก เป็นก้อนเนื้อที่เจริญเติบโตในร่างกายเรามากกว่าปกติ มีทั้งชนิดธรรมดาและชนิดที่เป็นมะเร็ง โดยส่วนใหญ่มักพบเนื้องอกชนิดธรรมดาที่ไม่ใช่มะเร็งมากกว่า โดยเกิดได้ที่ผิวด้านนอกผนังมดลูก อยู่ในเนื้อมดลูก หรืออยู่ในโพรงมดลูก

อาการของเนื้องอกในมดลูกขึ้นกับความรุนแรง ผู้ป่วยบางรายอาจไม่มีอาการผิดปกติใดๆ เลย แต่เมื่อตรวจภายในกลับพบเนื้องอก ซึ่งถ้าตรวจพบตั้งแต่ในระยะแรกที่เนื้องอกยังมีขนาดเล็ก การรักษาก็จะทำได้ง่ายกว่า

ในกรณีที่เนื้องอกโตขึ้น อาจไปกดเบียดอวัยวะใกล้เคียง ทำให้เกิดอาการต่างๆ เช่น ถ้าเบียดกระเพาะปัสสาวะจะทำให้ปัสสาวะบ่อยขึ้นแต่ออกไม่มาก ถ้ากดลำไส้ใหญ่จะทำให้เกิดอาการท้องผูก และหากเนื้องอกมีขนาดใหญ่ขึ้นมาก ผู้ป่วยอาจคลำพบทางหน้าท้องได้ด้วยตัวเอง หรือในกรณีเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ก็อาจมีอาการปวดท้องประจำเดือนมากกว่าปกติ มีเลือดออกมากผิดปกติระหว่างรอบเดือน หรือมีอาการปวดท้องขณะมีเพศสัมพันธ์ซึ่งควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

การพิจารณาวิธีการรักษาเนื้องอกมดลูกขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วย ลักษณะของเนื้องอก อัตราการเติบโตของเนื้องอก รวมถึงปัจจัยของผู้ป่วย เช่น อายุ ความต้องการในการมีบุตร เป็นต้น ซึ่งแพทย์จะต้องนำข้อมูลที่ได้จากการซักถามผู้ป่วยมาประกอบกัน เพื่อหาแนวทางในการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย

ทั้งนี้ผู้ป่วยบางรายอาจรักษาได้ด้วยการรับประทานยา แต่บางรายอาจต้องรักษาโดยการผ่าตัด ซึ่งการผ่าตัดเนื้องอกในมดลูกทำได้ทั้งการผ่าตัดเปิดหน้าท้อง ซึ่งจะมีแผลที่ปรากฏให้เห็นจากภายนอกและผู้ป่วยต้องใช้เวลาในการพักฟื้นนาน หรือวิธีการที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน คือ การผ่าตัดผ่านกล้อง ซึ่งแผลผ่าตัดจะมีขนาดเล็กเพียง 5 มิลลิเมตร ทำให้ไม่มีรอยแผลเป็นหลังผ่าตัด ลดภาวะแทรกซ้อนหรือการติดเชื้อ ใช้เวลาในการพักฟื้นไม่นาน ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันตามปกติได้เร็วขึ้น

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ได้รับการผ่าตัดเนื้องอกในมดลูกโดยไม่ได้ผ่าเอามดลูกออกก็ยังมีโอกาสที่จะกลับมาเป็นเนื้องอกได้อีก ดังนั้น ผู้หญิงทุกคนควรเข้ารับการตรวจภายในอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อตรวจหาความผิดปกติของมดลูก เพราะการตรวจพบเร็วในระยะเริ่มแรกย่อมเป็นผลดีต่อการรักษามากยิ่งขึ้น"

credit : เพจอยากเล่าบอกต่อ