วันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

สู้ต่อมั้ยลูก?

นนท์ลูกพ่อ
แม่เค้าเล่าให้พ่อฟังว่าลูกเบื่องานที่กำลังทำอยู่ แต่พ่ออยากให้ลูกลองอดทนทำดูสักช่วงดีไหมลูก พ่อว่านนท์จะได้อะไรมากมายจากการทำงานที่นี่ อย่างน้อยก็คือประสบการณ์ที่ไม่ต้องซื้อหามาด้วยเงิน เพียงแค่ลูกใช้สมอง พละกำลัง และแนวทางที่ลูกได้ร่ำเรียนมา พ่อเชื่อ มันจะมีประโยชน์กับลูกในอนาคต
แต่หากลูกคิดว่าไหมไหวจริงๆ ลูกอยากจะออกมาทำธุรกิจเล็กๆ พ่อก็สนับสนุนนะ ประสบการณ์ของที่นี่จะทำให้เมื่อวันหนึ่งลูกเป็นเจ้าของกิจการ ลูกจะได้เข้าใจทั้งจุดยืนของลูกจ้างและนายจ้างได้

พ่ออยากจะแนะนำลูกอย่างนี้นะ 
1. คู่ต่อสู้ที่น่ากลัวที่สุดของคนเราไม่ใช่ใครอื่น นั่นคือความขี้เกียจ!
2. การทำอะไรสักอย่างหนึ่งไม่ใช่เรื่องยาก ยากตรงที่ต้องยืนหยัด ยืนหยัดเพียงชั่วครู่ชั่วยามนั้นไม่ยาก ยากตรงยืนหยัดให้ถึงที่สุด!
3. หากลูกรู้สึกเหนื่อย ลูกต้องพยายามเดินต่อ เพราะทางเดินที่เหนื่อยนั้น เป็นทางเดินขึ้นสู่ที่สูง
4. จำไว้นะลูก ช่วงที่ลำบากที่สุด คือช่วงที่ใกล้ความสำเร็จที่สุด
5. การที่ลูกเลือกหนีปัญหา ไม่แน่เสมอไปว่าลูกจะหนีพ้น การที่ลูกเผชิญหน้ากับปัญหา ก็ไม่แน่เสมอไปว่าจะเป็นเรื่องเลวร้าย ทุ่มเทนะลูก วันพรุ่งนี้คือวันที่สวยงาม
6. อย่าเอาแต่หลบฝนอยู่ในบ้าน ออกมาตวงน้ำฝนใส่โอ่งใส่ตุ่มไว้ใช้บ้างก็ดี ต่อให้เปียกฝนมอมแมม นั่นก็คือความสุขชนิดหนึ่ง จำไว้นะ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกไม่มีบังเอิญ เมื่อหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็อยู่กับมันอย่างเข้าใจและเป็นสุข
7. อย่าไปหวังพึ่งแต่ดวง โชคลาภหากเราไม่ได้สร้างมา ใช้เล่ห์กลเรียกยังไงมันก็ไม่มีทางอยู่กับเราได้ อิงความสามารถของตนเองดีกว่านะลูก
8. หากลูกตั้งใจและได้ทุ่มเทแล้ว จึงมีคุณสมบัติพูดว่าดวงไม่ดี หากยังไม่ทุ่มเท อย่าเอาแต่โทษดวง
9. ต่อให้ลูกอยากได้เงินทองมากสักเพียงใด ขอให้ลูกจำไว้ โคตรเหง้าเราไม่เคยโกงใครกิน เกียรติภูมินี้ พ่ออยากให้ลูกรักษาไว้ และบอกต่อให้ลูกหลานในอนาคต

จำไว้นะลูก ไม่มีใครโชคดีโดยไม่ลงแรง ความโชคดีเกิดจากความตั้งใจ เพราะตั้งใจความโชคดีจึงมาเยือน
พ่อเชื่อว่านนท์ทำได้ เพราะในตัวของนนท์มีเลือดของพ่ออยู่ครึ่งหนึ่ง
พ่อ.

credit : เพจอยากเล่าบอกต่อ

เราเป็นอย่างไร...เราได้อย่างนั้น

ใครไม่เคยเป็นหนี้ย่อมไม่รู้หรอกว่า
การตกนรกทั้งเป็นนั่นให้ความรู้สึกอย่างไร
บางคนตัดสินใจชั่ววูบ ฆ่าตัวตายก็มี
บางคนตัดสินใจผิดพลาดลงหุบเหวนรก
บางคนก็ไม่ทำอะไรเลยยอมรับชะตากรรม(ยอมพ่ายแพ้)
บางคนหันหน้าสู้......
คุณจะเลือกเป็นใคร

ฆ่าตัวตายมีให้เห็นมากมาย มีทั้งสาปแช่ง กร่นด่าตามหลัง พ่อแม่พี่น้องไม่นับญาติ ตัดสินใจพลาด สู้แบบไม่คิด เอาง่าย ไว เฉพาะหน้า  กู้เงินมาโปะหนี้ ขายตัว ทำงานแบบรวยไว ค้ายา ปล้นจี้  ชิงทรัพย์ ลืมคิดไปว่า  มีเหตุย่อมมีผลเสมอ 

กู้เงินมาโปะดอกเบี้ยมากขึ้น ของเก่ายังเอาไม่รอด ของใหม่มันจะรอดได้อย่างไร  .ค้ายา ปล้น จี้ ชิงทรัพย์ ทำผิดกฎหมาย  ก็ต้องรับผลของกฎหมาย...ขายตัว (ใช้ได้ทั้งชายและหญิง)  ความคิดเหล่านี้ล้วนเป็นความคิดชั่ววูบ ที่ผุดโผล่ขึ้นมาในดวงจิตแต่สติและสามัญสำนึกจะคอยตักเตือน และยับยั้งเสมอ  (โปรดฟังคำเตือนจากส่วนลึกในใจคุณ)

เมื่อฉันเป็นหนี้สติคอยเตือนฉันทุกย่างก้าวความรู้สึกกดดันทรมานเราตลอดเวลา คนดูถูก ตกต่ำ ไม่มีคนยอมรับ เจ็บปวด เสียใจ ผิดหวัง อยากกินเหล้าเมาสุราให้ลืมเสีย

สติบอก....อย่าทำ เงินหายาก งานหายาก ถ้าไม่มีสติพร้อมทำงานจะเอาแรงที่ไหนมาหาเงิน...หยุดเดี๋ยวนี้!!ทางออกมันผุดขึ้นมาทุกทางทั้งเลวและดี  แล้วแต่คุณจะเลือกทางใด.... 

คุณคือ คนกำหนดชะตาชีวิตคุณทั้งสิ้น ฉันเลือกไปตั้งสติในวัด เพราะเงียบ สงบ เจ้าหนี้ตามไม่ถูก ไม่มีคนรังควานความคิด สมุด ปากกาพร้อม รอคอยความคิดดีๆที่จะโผล่ขึ้นมา


แต่ในความเป็นจริง  ไอ้ความคิดดีๆๆน่ะ มันไม่โผล่ขึ้นมาหรอกน่ะ
ความคิดยุ่งเหยิงวกวนแต่คำว่า........
""" ทำยังไงดี...ทำยังไงดี""""
เมื่อได้นั่งสนทนาธรรมกับหลวงพ่อในวัด
"" โยมบุญโยมหมดแล้ว """
สติมาปัญญาเกิด ไปนั่งหลบมุมแล้วตีโจทย์ข้อนี้ให้แตก  บุญก็ไม่เคยสร้าง บาปก็ไม่เคยทำจริงหรือ????

บุญน่ะไม่สร้างเพิ่ม...จริง
บาปน่ะไม่เคยทำ......ไม่จริง
ใช่ไม่ผิดศีลห้าข้อจริง
แต่บาปบางอย่างเราก็ทำโดยไม่ยั้งคิด  เราใช้บุญเก่าตลอดเวลา
อะไรล่ะ...^^^อะไรหนอ...^^^^^

ไม่เคยตอบแทนบุญคุณพ่อแม่เลย เถียงคำไม่ตกฟาก พ่อแม่สอนสั่ง โกรธเคือง ตอบแทนด้วยวาจาก้าวร้าว  ตอบแทนด้วยการกระทำให้ท่านร้องให้  ช้ำใจ เสียใจ ทุกข์ใจ  กล่าวหาว่าท่านรักลูกไม่เท่ากัน ทั้งๆในความเป็นจริง ท่านรักลูกทุกคนมากเท่าชีวิต แต่เลี้ยงดูไม่เหมือนกัน ตามลักษณะนิสัยต่างหากเล่า   เราเองต่างหากที่ไม่พิจารณาตนเอง..  บาปนี้หนักหนายิ่งกว่าใดๆอีก

เทวทัตจาบจ้วงพระพุทธเจ้า โทษนั่นหนักยิ่ง เรานั้นก็เช่นเดียวกันกรรมที่เกิดล้วนเกิดจากตัวเองทั้งสิ้น เมื่อคิดได้และได้คิด  ชีวิตก็เห็นทางสว่าง เสมือนแสงสว่างที่ปลายทางส่องชี้นำ ให้เห็นทางที่เราจะก้าวต่อไปในอนาคต

ธรรมส่องทางให้ฉัน แล้วฉันก็จะจัดการแก้ไขทุกอย่างด้วยความมุมานะ อดทน ไม่มีข้ออ้างในการรีรอ ไม่มีเงิน...ไม่มีเวลา...ไม่มีความพร้อม ไม่กล้าสู้หน้าพ่อแม่...กลัว..ฉันตัดสินใจทำทันที แม้ใจใจจะกลัวๆกล้าๆ  ไปกราบขอขมาพ่อ ปลดทุกข์ออกจากใจ....

พ่ออวยพร..ให้ฉันประสบความสำเร็จนับเป็นสิ่งยิ่งใหญ่เหลือคณนา และตั้งแต่วันนั้นฉันทำทุกอย่าง ที่จะตอบแทนบุพการีผู้ให้ชีวิตให้ความสุข ให้การดูแล ไม่ทำให้ช้ำใจ  เสียใจ ปรนนิบัติตอบแทนเต็มกำลัง

ถ้าคุณมีลูก  คุณเลี้ยงลูก  ทะนุถนอมลูกแค่ไหน  ทำกับพ่อแม่ให้ได้เท่านั้น....ทำได้มั้ย

นับตั้งแต่วันนั้น คิดทำสิ่งใดไม่มีอุปสรรค จะไปแห่งหนใดก็มีแต่คนโอบอุ้ม หยิบจับสิ่งใดได้เงินได้ทอง

สามปีให้หลังฉันหมดหนี้สิน   ชีวิตพบเจอแต่สิ่งดีๆ  ที่ไหลเข้าในชีวิตเหมือนสายน้ำ  เจอเนื้อคู่.....คู่ดี  ทำธุรกิจก็รุ่งเรือง

คุณล่ะ...ถ้าคุณยังติดขัด  มีอุปสรรคมากมายในชีวิต....ทำกิจการงานใดก็ล้มเหลว...เจอคู่ครองก็ผิดหวัง    เงินทองก็ขาดๆหายๆๆ
อย่ามองที่คนอื่น...ให้มองเข้าไปที่ใจ  ตัวตนของเรา  มองให้ลึกอย่างเป็นธรรม  เราเป็อย่างไร...เราได้อย่างนั้น

FORWARD LINE
Credit : Ramet Tanawangsri
ภาพ : https://i.ytimg.com
บทความคุณภาพจากเพจ "เรื่องดีๆมีข้อคิด

สัจธรรมของความยิ่งใหญ่

สัจธรรมของความยิ่งใหญ่ มี 5 อย่าง คือ
1.ไม่มีมิตรสหายใดใด จะยิ่งใหญ่เกินกว่า ความรู้
2.ไม่มีศัตรูใดใด จะยิ่งใหญ่เกินกว่า ความเจ็บไข้ได้ป่วย
3.ไม่มีความรักใดใด จะยิ่งใหญ่เกินกว่า ความรักของพ่อแม่
4.ไม่มีอำนาจใดใด จะยิ่งใหญ่เกินกว่า กฏแห่งกรรม
5.ไม่มีคุณงามความดี ใดใด จะยิ่งใหญ่เกินกว่า ความกตัญญู-กตเวทิตา
*5อย่างนี้  ถ้าเข้าใจและนำไปปฏบัติ ผู้นั้นจะมีแต่ ความสุข ความเจริญ*
ขออนุญาตส่งกลับมาให้ด้วยนะ
คนเราที่เจอกัน...ไม่ใช่เรื่อง "บังเอิญ"
 อยู่ที่ "บุญ" ที่เคยร่วม ทำกันมา
เมื่อมีวาสนา ...
ไม่ต้องเรียกร้อง...ถึงเวลาก็มาเจอกัน
เมื่อสิ้นวาสนา... 
ก็ต้องจากกันไป...รั้งอย่างไรก็ไม่อยู่ 
ดังนั้น..... 
ในตอนที่เรา...ยังไม่จากกัน 
เราได้กระทำดีต่อคนที่แวดล้อมเราแล้วหรือยัง...
เพราะเมื่อหมด  "สัญญากรรม" แล้ว...
ไม่ว่าเราจะมีเงินหรือ มีอำนาจจนล้นฟ้า 
ก็ไม่สามารถเรียกร้อง กลับคืนมาได้... 
และไม่รู้ว่าจะกี่ภพกี่ชาติ....ถึงจะได้เจอกันอีก                                          
ส่งให้คนที่คุณรักและเพื่อนที่ดีของคุณ

credit : เพจอยากเล่าบอกต่อ

จดหมาย 3 ฉบับจากเบื้องบน

หนุ่มนายหนึ่ง
ขึ้นสวรรค์เข้า
เฝ้าเบื้องบน เขารู้สึกน้อยใจ จึงตัดพ้อว่า “ไม่เห็นบอกกล่าว
ล่วงหน้า ก็เรียกมาขึ้นสวรรค์ ไม่ได้เตรียมการ
อะไรเลย หลายเรื่องยังไม่ได้สะสาง

เบื้องบนตอบว่า “เราบอกล่วงหน้าแล้วนะ ส่งจดหมายไป 3 ฉบับ เธอไม่ได้รับหรือ ?”

หนุ่ม “เปล่าครับ ผมไม่ได้รับ”

เบื้องบน(บน) “เธอรู้สึกเหนื่อย ง่วงนอน ไม่มีชีวิตชีวาบ้าง
หรือเปล่า ?”

หนุ่ม “อ้อ นี่ก็คือจดหมายเหรอครับ ผมได้รับครับ”

เบื้องบน “เธอรู้สึกปวดเมื่อยตามร่างกายหรือไม่ ?”

หนุ่ม “ครับ ผมได้รับครับ”

เบื้องบน “เธอรู้สึกเวียนหัว ปวดหัว สายตาพร่ามัวหรือไม่ ?”

หนุ่ม “ ใช่ครับ นี่หรือครับที่เป็นจดหมาย 3 ฉบับของท่าน”

เบื้องบน “ถูกต้องแล้ว เราก็บอกเธอล่วงหน้า แตเธอไม่สนใจเอง”

เด็กหนุ่มจนแต้ม ก็เลยขอร้องเบื้องบนว่า “ขอเวลาผม
สักหน่อย ให้ผมกลับไป
สะสางเรื่องต่าง ๆ ท่านจะเอา
เท่าไหร่ก็ได้”

เบื้องบนชู 1 นิ้ว 

คนหนุ่ม “ 1 หมื่น ? ไม่มีปัญหา ผมถวายให้ได้เดี่ยวนี้”
เบื้องบนสั่นหัว 

คนหนุ่ม “ งั้น 1 แสน ?”
เบื้องบนสั่นหัวอีก 

คนหนุ่ม “ งั้น 1 ล้าน ?”
เบื้องบนสั่นหัวอีก 

คนหนุ่ม “ ท่านต้องการเท่าไหร่กันแน่ครับ ?”

เบื้องบนตอบว่า 
“1 บาท”
 
หนุ่ม ได้ยินดีใจมาก “1 บาท ง่ายมาก ผมจะถวายให้เดี๋ยวนี้เลยครับ”

แต่เขาค้นหากระเป๋ากางเกง กระเป๋าเสื้อ ก็หาไม่ได้สักกะบาท

เบื้องบน(บน)
“นี่แหละคือชีวิต เงินทอง เกิดไม่เอามา ตายไม่เอาไป ตอนมีชีวิตอยู่ ให้รักษาสุขภาพ ไม่งั้นตอนล้มลง ถึงจะเห็นจดหมาย 3 ฉบับของเบื้องบน (บน) ก็สายเกินไปแล้ว”

เบื้องบนเตือนเรา
เสมอ แต่เราไม่สนใจ เราก็ยังเที่ยวดึก กินเหล้า สูบบุหรี่ บ้างาน 
ไม่ล้มไม่หยุด 

ชีวิตคนเรา ไม่จำเป็นต้อง
โด่งดังแบบ
สนั่นหวั่นไหว
สะเทือนวงการ มีความสุขก็พอ

มิตรภาพ
ไม่จำเป็นต้อง
งอกงาม
เพราะคำหวาน คิดถึงก็พอ

เงินทองไม่ต้อง
มหาศาล พอใช้ก็พอ

เพื่อนฝูงไม่จำเป็น
ต้องมีทั่วแผ่นดิน มีเพื่อนที่ดีก็พอ

อย่าเอาแต่ทำ
ให้คนอื่น 
ดูแลร่างกายตัวเอง
ให้ดี 
รับผิดชอบต่อ
สุขภาพของตัวเอง 

ในโลกนี้ไม่มี
อะไร
เป็นของคุณตลอด
ไป ยกเว้น
ร่างกายคุณ

credit : เพจอยากเล่าบอกต่อ

วันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

โรคไม่รู้จักความลำบาก

เตือนพ่อ แม่ !! “โรคไม่รู้จักความลำบาก” ถึงเวลาพ่อแม่ต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูก…อ่านจบอย่าเก็บไว้คนเดียว

“ โรคไม่รู้จักความลำบาก”  ถึงเวลาพ่อแม่ต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูก

เคยสงสัยมั๊ย ว่าทำไม เด็กสมัยนี้ ไม่ค่อยอดทนกับสิ่งใด เลย แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยในชีวิต ทุกวันนี้เราเห็นเด็กถือแต่สมาร์ทโฟน ไอแพดไว้เล่นเกม  ครอบครัวเองก็เลี้ยงลูกตามใจ  จึงทำให้เด็กไทยมีโรคใหม่ติดตัวที่ชื่อว่า “โรคไม่รู้จักความลำบาก”

บทความจาก FB Basic-Skill for young children  พูดถึง “โรคไม่รู้จักความลำบาก”  เป็นโรคใหม่ที่เกิดขึ้นสำหรับเด็ก ๆ และจะกลายเป็นปัญหาต่อการเติบโต หากพ่อแม่ไม่ได้เลือกสร้างภูมิคุ้มกันของความลำบากให้ลูก  ไม่เลือกให้ลูกได้ออกไปพบเจอโลกของความจริงที่ว่า ชีวิตแม้ว่าจะรวยหรือจนก็ไม่มีใครสบายได้ตลอดไป ต้องมีความลำบาก ความทุกข์ เกิดขึ้นปะปนกัน โดย

สาเหตุที่เด็กถึงเป็นโรคไม่รู้จักความลำบาก
1.มีเทคโนโลยีครอบงำ
ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยีในปัจจุบันอย่างการใช้สมาร์ทโฟน แทปเล็ต ได้กลายมาเป็นสื่อที่มีบทบาทกับเด็ก ๆ ตั้งแต่ตัวเล็กในยุคดิจิตอล และมีอิทธิพลมากขึ้นกว่าในสมัยก่อน ซึ่งมีให้เลือกหลายแบบ หลายราคาที่จับต้องได้ ทำให้พ่อแม่ยุคใหม่หยิบยื่นให้ลูกใช้ง่าย ๆ ทั้งๆ ที่ยังไม่ถึงเวลาอันสมควร และไม่พยายามปฏิเสธหรือเบี่ยงเบนความสนใจให้ลูกไปทำกิจกรรมอย่างอื่น

2.อยากให้ลูกสบายเป็นผลทำร้ายลูกโดยไม่รู้ตัว
การมีพี่เลี้ยงไว้คอยดูแลลูกน้อย เพื่อแบ่งเบาภาระหน้าที่อันเหนื่อยหนักของพ่อแม่ โดยไม่ยอมสอนลูกให้ลองทำอะไรด้วยตัวเอง จนลูกไม่สามารถทำอะไรเป็นได้ เมื่อเติบโตขึ้นในสังคม เช่น เริ่มต้นเข้าโรงเรียนก็จะกลายเป็นภาระให้กับบุคคลรอบข้างที่ต้องคอยช่วยเหลือ

3.ปกป้องลูกมากเกินไป
เพราะความกังวลเกรงว่าจะเกิดอันตรายกับลูกรัก จึงไม่หาโอกาสพาลูกออกไปเปิดประสบการณ์ต่อโลกภายนอก และจำกัดที่ทางให้ลูกอยู่ภายใน comfort zone ยอมให้ลูกนั่งดูทีวี เปิดยูทูป เล่นเกมในไอแพด ซึ่งเป็นการปิดโอกาสให้เด็กเรียนรู้กับสังคมภายนอก และไม่รู้จักกับการแยกแยะความแตกต่างระหว่างคนดีกับคนไม่ดี ขาดการสังเกตและเรียนรู้

4.ไม่ยอมปล่อยให้ลูกลำบาก เพราะพ่อแม่เคยลำบากมาก่อน
เพราะไม่อยากให้ลูกมีชีวิตเหมือนที่ตนเองเคยเป็นมาก่อน พอฐานะดีขึ้นจึงส่งเสริมและเลี้ยงลูกด้วยวัตถุ เงินทอง ฯลฯ เหล่านี้จะทำให้เด็กกลายเป็นคนขาดความอดทน ไม่มีความมั่นคงในจิตใจ อ่อนแอ และแข็งกระด้าง

5.การใช้ชีวิตติดรูปแบบจากอิทธิพลของสื่อ
ด้วยเทคโนโลยีที่เข้าถึงอย่างรวดเร็ว และมีการนำเสนอรูปแบบการใช้ชีวิตที่ดูสวยหรูผ่านสื่อทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ หรือสื่อออนไลน์อย่างเฟซบุ๊ค อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ มีการโชว์และแชร์ถ่ายภาพ อวดของหรู ชูของสวย ด้วยอิทธิพลของสื่อเองและการเลี้ยงลูกแบบตามใจมาก่อน ทำให้เด็กเกิดความอยากได้อยากมีตามกระแสสังคม
ดังนั้น การเลือกสอนให้ลูกรู้จักกับความลำบาก ฝึกลูกให้มีหน้าที่รับผิดชอบ รู้การแบ่งปัน การให้ และเรียนรู้ หรือพยายามทำด้วยตัวเองได้ตั้งแต่เด็กย่อมเป็นสิ่งที่

credit : เพจอยากเล่าบอกต่อ

วิธีปฐมพยาบาลถ้าแมลงเข้าหู

ควรรู้ไว้! วิธีปฐมพยาบาลง่ายๆ ถ้าแมลงเข้าไปในหูคุณ

เคยเป็นกันไหม นอนเล่นอยู่ดีๆ ก็มีแมลงอะไรไม่รู้มาเข้าหูของเรา ซึ่งหลายๆคนคงตกใจเอามากๆ ในวินาทีฉุกเฉินแบบนั้น หลายๆคนอาจจะยังคิดว่าออกว่าต้องทำไงดี เพราะหากปฐมพยาบาลไม่ถูกต้อง อาจเกิดอันตรายมากกว่าเดิมก็ได้
วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับมาฝากกัน ว่าหากแมลงเข้าหู!! ควรทำอย่างไร วิธีปฐมพยาบาลง่าย ๆ ยามฉุกเฉิน

แมลงเข้าหู! ควรทำอย่างไร วิธีปฐมพยาบาลง่ายๆ ยามฉุกเฉิน

แมลงเข้าหูอันตรายไหม ต้องทำอย่างไร มาดูวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นง่าย ๆ ที่คุณทำได้เพื่อความปลอดภัย

หู เป็นอวัยวะที่หน้าที่หลายอย่างในเวลาเดียวกัน ทั้งรับคลื่นเสียงที่มาจากภายนอกและแปลงเป็นสัญญาณส่งต่อไปยังสมอง อีกทั้งยังช่วยควบคุมการทรงตัวในขณะที่ร่างกายเคลื่อนไหว ซึ่งถ้าหากมีอะไรแปลกปลอมเข้าไปในหูก็อาจเสี่ยงต่อการบาดเจ็บและเกิดการทำงานที่ผิดปกติ เช่น เสียการทรงตัว หรือหูอื้อ โดยเฉพาะเจ้าแมลงตัวเล็กตัวน้อยที่หากเข้าไปในหูก็อาจจะนำเอาเชื้อโรคเข้าไปด้วย ทำให้เกิดติดเชื้อตามมาในภายหลัง วันนี้เราจึงจะพาทุกคนไปเรียนรู้วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นในกรณีที่มีแมลงเข้าหู เพื่อที่จะได้รับมือได้อย่างถูกต้องเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินค่ะ

แมลงเข้าหู อันตรายไหม ?


การที่มีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในหูสามารถทำให้เกิดอันตรายได้ โดยเฉพาะแมลง เพราะแมลงที่อาจจะนำเชื้อโรคที่ก่อให้เกิดโรคหูอักเสบหรือเชื้อราในช่องหู ยิ่งถ้าหากเป็นเห็บและหมัดสุนัขก็จะยิ่งอันตรายเพิ่มขึ้น เพราะน้ำลายของหมัดจะก่อให้เกิดอาการคันอย่างมาก ส่วนเห็บก็มีเชื้อแบคทีเรียที่เมื่อเข้าสู่กระแสเลือดก็อาจทำให้เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

แมลงเข้าหู อาการเป็นอย่างไร รู้สึกอย่างไร ?

เมื่อมีแมลงเข้าไปในหูแล้ว อาการที่สังเกตได้ชัดก็คือจะเกิดอาการปวดหูอย่างเฉียบพลัน และจะรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างอยู่ในหู ถ้าแมลงยังไม่ตายก็จะรู้สึกเหมือนมีอะไรเดินหรือบินอยู่ในหู ทำให้เกิดความรำคาญได้ ทั้งนี้หากเป็นแมลงตัวใหญ่ก็อาจจะทำให้รู้สึกแน่น ๆ ภายในหู หรือทำให้หูตึงไปชั่วขณะ

แมลงเข้าหู ปฐมพยาบาลอย่างไร

แมลงที่สามารถเข้าไปในหูได้นั้น มีหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นแมลงตัวเล็ก ๆ อย่างเช่น มด ยุง แมลงหวี่ แมงเม่า แมลงวัน เห็บ หมัด หรือแม้แต่แมลงตัวใหญ่ อย่างเช่น แมลงสาบ  เป็นต้น ซึ่งวิธีแก้ไขปัญหาแมลงเข้าหูมีดังนี้ หากมีแมลงเข้าไปในหู ควรรีบเอียงศีรษะข้างที่แมลงเข้าไปในหูขึ้น แล้วใช้เบบี้ออยล์ น้ำมันมะกอก น้ำมันพืช หรือยาหยอดหู ค่อย ๆ หยอดลงไปในหู โดยดึงใบหูไปด้านหลังเพื่อให้รูหูอยู่ในแนวตรง เพื่อให้แมลงสามารถหนีขึ้นหรือลอยขึ้นมาได้ จากนั้นอยู่ในท่านั้นประมาณ 15-30 นาที เพื่อให้แมลงที่เข้าไปในหูตายและลอยขึ้นมาเอง ทั้งนี้หากแมลงเข้าไปในหูแล้วมีอาการเจ็บภายในหู ไม่ควรหยอดน้ำมันใด ๆ ลงไป เพราะอาจจะทำให้อาการยิ่งรุนแรงขึ้น อีกทั้งยังไม่ควรใช้นิ้วมือหรือสิ่งของลงไปแคะหรือเขี่ย เพราะอาจจะทำให้แมลงยิ่งลงไปลึกกว่าเดิมและอาจเป็นอันตรายต่อแก้วหู และหูชั้นกลางได้

อย่างไรก็ตาม หากแมลงที่เข้าหูเป็นแมลงตัวเล็ก อย่างเช่น แมงเม่า แมลงหวี่ หรือยุง ถ้ายังไม่ตายก็สามารถใช้วิธีใช้ล่อให้ออกมาได้ โดยนำไฟฉายส่องเข้าไปในหูสักพักหนึ่ง แต่วิธีนี้จะต้องทำในที่ที่มืดสนิทและไม่มีแสงเข้าเท่านั้น  ทั้งนี้หากทำตามวิธีข้างต้นแล้วแมลงยังไม่ออกมา หรือมีอาการแทรกซ้อนอย่างอื่น เช่น อาการปวดหูอย่างรุนแรง มีเลือดหรือน้ำไหลออกมาจากหู หูอื้อจนไม่ได้ยินเสียงก็ควรรีบไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหูคอจมูกในทันที อย่าทิ้งไว้นาน เพราะอาจเกิดการติดเชื้อจนทำให้อาการร้ายแรงขึ้น

แมลงเข้าหู ป้องกันได้

ส่วนในเรื่องของวิธีป้องกัน วิธีที่ดีที่สุดก็คือหลีกเลี่ยงจากบริเวณที่มีแมลงชุกชุม แต่ถ้าหากต้องอยู่บริเวณที่มีแมลงชุกชุมเป็นเวลานานก็ควรที่จะสวมที่ครอบหู หรือใส่ที่อุดหู หากไม่มีจะใช้สำลีอุดแทนก็ได้เพื่อป้องกันไม่ให้แมลงเข้าหู นอกจากนี้ยังไม่ควรให้สุนัขหรือสัตว์เลี้ยงขึ้นมานอนบนที่นอน เพราะอาจจะทำให้เห็บและหมัดตกอยู่บนที่นอนและเข้าหูได้

ปัญหาเรื่องแมลงเข้าหูเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เสมอ ดังนั้นจึงควรระมัดระวังและอยู่ห่างจากแหล่งที่มีแมลงอยู่เป็นจำนวนมากจะดีที่สุด และควรหมั่นทำความสะอาดหูอยู่เสมอ เพราะหูที่สกปรกก็สามารถดึงดูดแมลงได้เช่นกันค่ะ

credit : เพจอยากเล่าบอกต่อ

สุรากับภรรยา ใครน่ารักกว่ากัน

สำหรับผู้ชาย บางครั้งการที่จะให้เลือกระหว่างสุรากับภรรยา อาจะบอกได้ยาก 
ว่าอย่างไหนดีกว่ากัน แต่ 15 เหตุผลต่อไปนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกได้ดีขึ้น 

1.สุราไม่เคยช้อปปิ้ง และไม่จำเป็นต้องให้เงินใช้ 

2.เป็นการง่ายที่คุณจะคบกับสุรานานาชาติ โดยไม่ต้องมีปัญหาเรื่องภาษา ไม่ว่า
   จะเป็นเหล้ามะกัน ไวน์ฝรั่งเศส สาเกยุ่น เหมาไถจีน.. แต่การจะหาภรรยานานา
   ชาติ อาจเป็นเรื่องที่ต้องพยายามกันเป็นปี ๆ

3.สุราร้อนทำให้เย็นได้ด้วยการจับยัดตู้เย็น เสียค่าไฟสิบบาท แต่เมื่อภรรยาอารมณ์
   ร้อน กว่าเธอจะเย็นขึ้นมาได้ คุณอาจต้องเสียเงินซื้อดอกไม้ช่อละหลายร้อย
   น้ำหอมขวดละหลายพัน หรือค่าโทรศัพท์อีกนับนาทีไม่ทัน

4.คุณสามารถเปลี่ยนขวดที่กอดอยู่ข้างๆ ได้บ่อยเท่าที่ต้องการ แต่ถ้าจะเปลี่ยนคน
   ที่คุณนอนกอดข้างๆ.. เอ้อ.... ได้ตื้บแน่!!

5.คุณนั่งดูถ่ายทอดฟุตบอลคู่กับสุราได้นานเท่าที่ต้องการ

6.สุราไม่เคยสั่งให้คุณไปซักผ้า ล้างรถ ตัดหญ้าสนาม ถูบ้าน ซ่อมห้องน้ำ
   ปูกระเบื้อง ปะหลังคารั่ว ย้ายชั้นวางของ ตอกตะปูแขวนรูปในห้องรับแขก

7.สุราเปลี่ยนนิสัยคุณแค่ชั่วคราวหลังดื่ม แต่ภรรยาพยายามเปลี่ยนนิสัยคุณแบบ
   ถาวรด้วยกำลัง

8.คุณสามารถนอนเกาก้นและเรอดัง ๆ กับสุราได้โดยไม่ถูกบ่นว่าหรือมองตาเขียวบบ

9.คุณสามารถหาซื้อสุราได้ง่ายและบ่อย เท่าที่กระเป๋าคุณเต็มใจ แต่มักไม่สามารถ
   หาภรรยาได้ในราคาเต็มใจกระเป๋า แถมเปลี่ยนไม่ได้ง่าย ๆ เสียด้วย

10.สุราไม่เคยแย่งกับแกล้มคุณกิน และเข้ากับเพื่อนร่วมวงของคุณได้เสมอ

11.คุณสามารถตีตัวออกห่างจากสุราได้เมื่อรู้สึกเบื่อ และเมื่อใดที่คุณกลับไปหา..
     สุราก็ยินดีต้อนรับคุณทุกครั้ง

12.สุราไม่เคยหยิบเรื่องห่วย ๆ ที่คุณทำ (หรือเป็น) ไปเม้ากับเพื่อนๆ

13.คุณพูดได้มากเท่าที่ต้องการเมื่อนั่งอยู่กับสุรา จะไม่มีเสียงบ่นว่า
    'หยุดเดี๋ยวนี้นะ' - 'พอได้แล้ว' - 'นี่คุณ...' - 'หุบปาก' ให้ได้ยินอย่างเด็ดขาด

14.สุราทุกขวด ไม่เคยห่วงว่าคุณจะรักสุราขวดอื่นมากกว่า

15.สุรายิ่งเก่ายิ่งดี มีราคาเพิ่มขึ้นตามเวลา แต่ภรรยาเนี่ยสิ...

credit : เพจอยากเล่าบอกต่อ