วันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ลืมสร้างคนเฝ้ากำแพง

เมื่อชาวจีนโบราณต้องการอยู่อย่างปลอดภัยพวกเขาได้สร้างกำแพงเมืองจีนที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมาโดยเชื่อว่าจะไม่มีมนุษย์หน้าไหนสามารถปีนมันได้เพราะสูงมาก แต่ทว่า..!

ภายในร้อยปีแรกหลังการสร้างกำแพงนั้นเมืองจีนกลับถูกรุกรานถึงสามครั้ง!

ในแต่ละครั้งกองทัพบกของศัตรูไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทะลวงกำแพงหรือปีนมันเลยแม้แต่น้อย..!

แต่ทว่าในทุกครั้งพวกเขาใช้วิธีติดสินบนยามเฝ้าประตูแล้วเข้าทางประตูนั่นแหละ.

แน่นอนว่าชาวจีนมัวแต่ห่วงเรื่องสร้างกำแพงจนลืมสร้างคนเฝ้ากำแพง..!

เพราะการสร้างคนต้องมาก่อนการสร้างทุกสิ่ง และนี่คือสิ่งที่คนหนุ่มสาวของพวกเราทุกวันนี้ต้องตระหนักให้มาก

นักบูรพาคดีคนหนึ่งกล่าวไว้ว่า:ถ้าท่านต้องการทำลายอารยธรรมของประชาชาติหนึ่งประชาชาติใดมีขั้นตอนอยู่สามอย่างคือ:

1.ทำลายครอบครัว

2.ทำลายการศึกษา

3.ล้มบุคคลต้นแบบและตัวอย่างที่ดีงามของพวกเขา.

ความสุขจากสิ่งที่มี

ถ้ารู้สึก "เบื่องาน" เมื่อไหร่ ลองไปนั่งดู "คนมาสมัครงาน" หรือ "คนมานั่งรอสัมภาษณ์" ที่บริษัท จะเห็นเลยว่ามีคนอีกมากมายที่อยากได้ทำงานแบบที่เราทำอยู่

ถ้ารู้สึกว่า "ยังไม่รวย" ลองไปดูคนจนที่หาเช้ากินค่ำ คนที่ไม่มีเงินติดกระเป๋า คนที่ต้องนอนบ้านสังกะสีที่แทบกันลมกันฝนอะไรไม่ได้เลย

ถ้ารู้สึก "ไม่ค่อยมีความสุข" ลองเดินเข้าไปในโรงพยาบาล จะเห็นคนป่วยนอนให้น้ำเกลือ นอนให้ออกซิเจน เต็มไปหมด คนป่วยที่อยากแค่เดินได้และแข็งแรงเหมือนเรา

บางทีเราก็ "เผลอ" คิดว่าเรายัง "ขาด" อีกมากมาย ทำให้เราไม่มีความสุข

แต่จริงๆ แล้ว ยังมีคนอีกมากมายที่ขอแค่ "มี" เท่าที่เรามี เขาก็สุขใจที่สุดแล้ว

ดังนั้น
"อย่ามัวมองหาความสุขจากสิ่งที่ขาด จนพลาดความสุขจากสิ่งที่มี"

การออกกำลังกายดีอย่างไร

การออกกำลังกายอย่างไร ?

เบิร์นเกิน 3,500 กิโลแคลฯ ต่อสัปดาห์
เสี่ยงตายเร็ว
ปั่นจักรยานมากเกินนกเขาไม่ขัน..
แพทย์แนะเดินออกกำลังปลอดภัยกว่า

แพทย์ระบุเดินออกกำลังกายที่ดีที่สุดสำหรับ
ทุกเพศทุกวัย แนะเพิ่มควรออกกำลังสม่ำเสมอ
ได้ผลดีกว่าโหมหรือทบการเบิร์นแคลอรี
ช่วงปลายสัปดาห์ที่เสี่ยงเสียชีวิต

เตือนสิงห์นักปั่นจักรยานปั่นเกิน 3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ส่งผลคุณผู้ชายไร้สมรรถภาพทางเพศ

ไม่น่าเชื่อว่าความรู้ด้านการออกกำลังกายที่ได้ยินมาหลายปี อาจไม่ใช่เรื่องที่ถูกทั้งหมดอีกต่อไป

การออกกำลังบางประเภทก็เป็นผลเสียต่อร่างกายมากกว่าผลดี ขณะที่การโหมออกกำลังกายมากเกินไปก็ทำให้เสียชีวิตได้  แล้วจะออกกำลังกายอย่างไรให้ปลอดภัยและเหมาะกับตัวเอง

รศ.นพ.ภาสกร วัธนธาดา
ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกายจากโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท มีคำอธิบายให้ กับหัวข้อการบรรยาย
"Running for Health and Performance Testing with VO2 Max"
ในงานประชุมวิชาการ่วมครั้งที่ 5 ประจำปี 2556


"Optimize the Quality of Life for all Generaltions"
เพื่อให้ทุกคนทุกวัยตั้งแต่แรกเกิดสู่วัยทำงานและวัยสูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี
ที่เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ โรงพยาบาลสมิติเวช โรงพยาบาลบีเอ็นเอช
โรงพยาบาลพญาไท และโรงพญาบาลเปาโล เมโมเรียล จัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้

นพ.ภาสกร กล่าวว่า ปัจจุบันคนไทยมีเครื่องทุนแรงในการทำกิจกรรมประจำวันเยอะ เช่น ลิฟท์ รถ โทรศัพท์ ส่งผลให้การออกกำลังที่ควรจะเป็นลดลง ซึ่งนั่นหมายความว่าสุขภาพที่ดีที่ทุกคนถวิลหา ย่อมแทนที่ด้วยโรคหัวใจ ความดัน บาหวาน  ไขมันในเลือดและเส้นเลือด ขณะโอกาสการเป็นมะเร็งเต้านมและลำไส้ใหญ่ อาการซึมเศร้า รวมถึงอาการฟ่อของสมองส่วนความทรงจำที่จะลดลงก็สูญเสียไปด้วย

ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกาย จาก รพ.สมิติเวช สุขุมวิท บอกต่อว่า ฉะนั้น ทุกคนจึงควรเริ่มออกกำลังกายเสียตั้งแต่วันนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีและอายุยืนนานในอนาคต

ถึงกระนั้น ใช่ว่าทุกคนจะออกกำลังกายได้เหมือนกันหมด หรือออกกำลังกายตามแฟชั่น  เพราะกายภาพ ความชอบ ทักษะ และเวลาของแต่ละคนไม่เหมือน ผู้ที่ต้องการออกกำลังกายจึงควรเลือกประเภทกีฬาที่เหมาะกับตัวเองและครอบครัว สามารถผนวกเข้ากับวิธีประจำวันได้อย่างราบรื่น เพื่อให้การออกกำลังกายทำได้อย่างสม่ำเสมอ

มีงานวิจัยเกี่ยวกับการออกกำลังกายระบุไว้ว่า ถ้าสมาชิกในครอบครัวไปออกกำลังกายด้วยกันเป็นประจำ อัตราการหยุดออกกำลังใน 6 เดือน จะมีเพียง 20-30%

แต่ถ้าบุคคลนั้นออกกำลังกายอยู่คนเดียวมีโอกาสหยุดออกกำลังสูงถึง 50% ในช่วงครึ่งปีแรก

"สิ่งที่หมอแนะนำได้คือการออกกำลังด้วยการเดิน ซึ่งมีความเสี่ยงน้อยที่สุดต่อการบาดเจ็บหรือเป็นโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน และดีต่อผู้ต้องการออกกำลังกายทุกเพศทุกวัย

ทั้งนี้ การเดินที่ได้ผลดีที่สุดต่อหัวใจ สุขภาพ และยืดอายุการใช้งานของอวัยวะต่าง ๆ คือเดินให้ได้ 10,000 ก้าวต่อวัน ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง และยังช่วยให้มวลกระดูกแข็งแรงมากขึ้น ความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุนกระดูกผุน้อยลง"

แพทย์จาก รพ.สมิติเวช สุขุมวิท คนเดิมให้ความรู้ต่อว่า กีฬาแต่ละประเภทส่งผลต่อสุขภาพร่างกายไม่เท่ากัน เช่น

การวิ่งในด้านดีเป็นวิธีการออกกำลังที่ใช้เวลาน้อยแต่ได้ผลต่อหัวใจและร่างกายดี ช่วยเพิ่มมวลกระดูก แต่ถ้าวิ่งไม่ระวังจะทำให้เกิดการล้มบาดเจ็บที่ข้อเท้า หัวเข่า หรืออวัยวะอื่น ๆ รวมไปถึงโรคฮาร์ทแอทแทคหรือโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน

ส่วนกีฬาว่ายน้ำดีต่อคนที่เป็นโรคหอบหืดเพราะมีความชื้นจากไอน้ำ แต่ไม่ควรลงว่ายในน้ำที่เย็นเกินไปเพราะจะทำให้หลอดลมตีบอาการแย่กว่าเดิม อีกทั้งการว่ายน้ำทำให้มวลกระดูกลดลงเนื่องจากไม่มีแรงกระแทก จึงควรสลับกับการออกกำลังกายประเภทอื่น ๆเพื่อชดเชย

มาถึงแบดมินตันและเทนนิสให้ผลดีต่อร่างกายคล้าย ๆ กัน แต่เทนนิสจะดีกว่าในแง่การเคลื่อนไหวที่ผสมเอาแอโรบิกเข้าไปด้วย ในทางลบมักใช้กล้ามเนื้อเฉพาะส่วนแขนและมือมากเกินไปจนอาจเกิดการอักเสบได้

ด้านการปั่นจักรยาน ผลในด้านลบของกีฬาชนิดนี้ผู้ออกกำลังต้องตระหนักให้มาก เพราะการปั่นเกิน 3 ชั่วโมง/อาทิตย์ ส่งผลให้ผู้ชายเสี่ยงเสื่อมสมรรถภาพทางเพศถึง 2 เท่า เพราะอัณฑะและองคชาติถูกกดกระแทกแรง การบรรเทาต้องเจาะรูที่อานจักรยานให้อวัยวะเพศผู้ชายห้อยลง จะช่วยลดเสี่ยงนกเขาไม่ขันได้ 20-30%

การขี่จักรยานกับผู้หญิงก็ส่งผลเสียต่อสุขภาพเช่นกัน โดยทำให้กระเพาะปัสสาวะอักเสบง่ายขึ้น และเกิดการเสียดสีอักเสบที่อวัยวะเพศหญิง

"กีฬาที่ดีที่สุดรองจากการเดินก็คือเล่นกอล์ฟ ภายในหนึ่งอาทิตย์ถ้าสามารถออกรอบได้สัก 2 รอบ เชื่อว่าอายุยืนเกิน 80 ปีแน่นอน เพราะการเดินเล่นกอล์ฟโดยไม่ใช้นั่งรถกอล์ฟประมาณ 4 ชั่วโมง แม้จะไม่หนัก แต่คิดเป็น 3 ใน 4 ของการเดิน 70,000 ก้าวต่ออาทิตย์ เพียงพอต่อการมีสุขภาพดีแล้ว"

นพ.ภาสกรกล่าว
ส่วนหลักการออกกำลังกายที่ถูกต้องว่า สำหรับผู้เลิกออกกำลังกายแล้วอยากกลับมา
สร้างความฟิตใหม่หรือผู้ที่เพิ่งเริ่มออกกำลังกาย ควรจะเริ่มต้นด้วยเดินหรือวิ่งให้ได้ระยะทาง 1.5 กิโล ในระยะเวลา10 นาที ปฏิบัติ 3 ครั้งต่อสัปดาห์ก็ถือว่าเพียงพอ


แล้วค่อย ๆ เพิ่มความเวลาและระยะทางขึ้นทีละ 10% เพื่อความเฟิร์ม โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มที่ 30 นาทีต่อวันอย่างที่ได้รับข้อมูลกันมา เพราะร่างกายยังไม่พร้อม
"อย่างที่บอกในข้างต้น

ว่าการออกกำลังกายควรทำอย่างสม่ำเสมอ เฉลี่ย 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ จะได้ผลดีกว่าการไปโหมออกเพียง 1-2 วันต่ออาทิตย์ ซึ่งมีความเสียงต่อการเสียชีวิตจากการออกกำลังมากเกินไป

นอกจากนี้ การออกกำลังกายที่ดีไม่จำเป็นต้องชดเชยเป็นเท่าตัวในวันถัดไปหรือวันอื่นในสัปดาห์เดียวกันหากวันนี้ติดธุระไม่ได้ออกกำลัง

โดยงานศึกษาศิษย์เก่าของมหาวิทยาฮาร์วาร์ดระบุว่า
คนที่ออกกำลังกายมากเกิน  3,500 กิโลแคลอรีต่อสัปดาห์เสี่ยงหัวใจวายเสียชีวิตมากกว่าคนที่ออกกำลังกายอย่างพอดี"

ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกาย จาก รพ.เอกชนชั้นนำของประเทศเตือน พร้อมบอกเคล็ดลับในการออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักทิ้งท้ายไว้ว่า

น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เทียบได้กับพลังงงาน 7,000-7,700 กิโลแคลอรี การลดน้ำหนักอย่างปลอดภัยตามการวินิจฉัยของแพทย์ระบุไว้ว่าต้องไม่เกิน 2 กิโลกรัมต่อเดือน

ฉะนั้น หากวิ่งวันละครึ่งชั่วโมงต้องวิ่ง 30 วันถึงจะลดได้ 2 กิโลกรัม ถ้าหากเป็นการเดินต้องเดินวันละ 1 ชั่วโมงถึงจะได้ผลเท่ากัน

อย่างไรก็ตาม หากเป็นแม่บ้าน การกวาด ถู ล้างจาน เช็ดกระจก เทียบเท่าได้กับการเดินออกกำลังกาย แต่ถ้าทำงานสวนปลูกต้นไม้ดายหญ้าจะเทียบเท่ากับการวิ่ง ในระยะเวลาที่เท่ากันจะให้ผลลัพธ์เดียวกัน.

วันอาทิตย์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ถึงเมียสุดที่รัก!

ถึงเมียสุดที่รัก!
       ช่วงนี้พี่สังหรณ์ใจว่าจะมีอันตรายมาเยือน พี่ อาจจะถูกอุ้มหรือทำร้าย สาเหตุเนื่องมาจากเรื่องงาน พี่เป็นคนตรงไปตรงมา ทำให้ไปขัดผลประโยชน์ของเจ้านายและผู้มีอิทธิพล เพราะฉะนั้นพี่ต้องคอยระวังตัวตลอดเวลา พี่จำเป็นต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตประจำวันเพื่อหลีกเลี่ยงภัยดังกล่าว ดังต่อไปนี้
๑.) ต้องกลับบ้านไม่เป็นเวลา อาจจะมืดๆค่ำๆหรือดึกๆ เพื่อป้องกันฝ่ายตรงข้ามที่จะมาดักทำร้ายเพราะกลับตรงเวลาทุกวัน
๒.) ต้องปิดโทรศัพท์หรือไม่รับโทรศัพท์บ่อยขึ้น เพื่อป้องกันฝ่ายตรงข้ามรู้ความเคลื่อนไหว
๓.) ต้องมีการปลอมตัวบ้าง อาจจะมีกลิ่นน้ำหอมแปลกๆก็อย่าแปลกใจ หรืออาจเดินควงผู้หญิงเพื่อกลบเกลื่อนไม่ให้เป็นที่สงสัย ก็อยากให้เข้าใจว่าเป็นการแสดงนะครับ
๔.) ถ้ามีผู้หญิงส่งไลน์หรือเฟสมาหาบ้าง นั้นเป็นการส่งสัญญาณเตือนภัยจากลูกน้องนะครับ อย่าเข้าใจเป็นอื่น
๕.) ถ้ามีผู้หญิงสวยๆแอดเข้ามาเป็นเพื่อนในไลน์ในเฟส แสดงว่าฝ่ายตรงข้ามส่งมาล้วงความลับครับ อย่าได้เข้าใจผิด
๖.) อาจจะไม่กลับบ้านบ้างทีละหลายวัน ก็ให้ทราบว่ากำลังลี้ภัย ไม่ต้องตามนะ จะกลับมาเอง
๗.) บางครั้งอาจจะมีการปล่อยข่าวว่าไปนั่งดื่มเหล้ากับเพื่อนหรือมีผู้หญิงมานั่งตักบ้าง! มันเป็นบทบาทสมมุติ
       หวังว่าสุดที่รักจะเข้าใจนะครับ..!

ขอโทษค่ะ...ดิฉันเป็นคนขี้ลืม

ดิฉัน เป็นอาจารย์หมอค่ะ เชี่ยวชาญพิเศษในการรักษาโรคอัลไซเมอร์ หลังจากการประชุม บรรยายเสร็จสิ้น ฉันเดินออกจากโรงแรมและหากุญแจรถ แต่ฉันต้องตกใจมากเพราะกุญแจรถไม่อยู่ในกระเป๋าของดิฉัน ฉันรีบวิ่งไปที่ห้องประชุมฯมองหากุญแจรถ ไม่พบเช่นกัน ฉับพลันฉันนึกขึ้นได้ ฉันต้องลืมทิ้งไว้ในรถแน่ เพราะสามีเคยเตือนดิฉันหลายครั้งแล้วว่า อย่าลืมคากุญแจไว้ที่รถนะ! ฉันยิ่งมั่นใจว่าการคาลูกกุญแจไว้ในรถน่าจะเป็นสาเหตุที่หาลูกกุญแจไม่เจอ

ฉับพลันฉันก็นึกได้ว่า รถต้องถูกขโมยขับไปเสียแล้ว

ทันที ทันใดนั้น ฉันก็รีบวิ่งไปที่จอดรถ ฉันคิดถูก ที่จอดรถว่างเปล่า! ฉันไม่รีรอ หยิบโทรศัพท์โทรแจ้งตำรวจ บอกสถานที่ของเหตุการณ์ ลักษณะรถยนต์ สถานที่จอดรถ พร้อมสารภาพกับตำรวจว่า ฉันลืมดึงลูกกุญแจ. คาลูกกุญแจไว้ที่รถ และนั่นคือสาเหตุที่รถถูกขโมยขับออกไป

หลังจากนั้น ฉันโทรหาสามีด้วยความลำบากใจและรู้สึกผิด.ว่า...ฮัลโล ที่รัก! (พูดตะกุกตะกัก ไพเราะที่สุดแบบรู้สึกผิด) ฉันลืมกุญแจไว้ในรถ และรถถูกขโมยไปแล้ว

เงียบ..ไม่มีเสียงตอบ? ฉันคิดว่าเขาคงไม่ได้รับสายหรือไม่ก็คงช็อคที่รถหาย. ? และแล้วฉันก็ต้องตกใจ เมื่อได้ยินเสียงตะโกนออกมาจากโทรศัพท์ว่า..: กูเป็นคนขับรถไปส่งมึงที่โรงแรมเอง !!!

แม้ไม่สุภาพแต่ฉันก็เงียบและพูดตอบอย่างขวยเขินว่า. กรุณามารับฉันหน่อยด้วยนะค่ะ?

เสียงสามีตะโกนใส่มาอีกครั้ง!!ว่า..กูจะรีบไปรับมึงให้เร็วที่สุด แต่ตอนนี้กูถูกตำรวจจับอยู่! ไม่รู้หมาตัวไหนโทรไปแจ้งว่ารถหาย ให้กูอธิบายให้ตำรวจเข้าใจก่อนว่า กูไม่ได้ขโมยรถมา  เวร ! !!!!!!

ทำไมกล้วยจึงเรียก Banana

Long time ago…. ประมาณว่านานมากแล้ว
มีฝรั่ง มาเที่ยวตลาดน้ำเมืองไทย
และเห็นผลไม้มากมาย ฝรั่งก็มาดูที่กล้วย ก่อนอื่น

แล้วฝรั่งถามแม่ค้าว่า “What is this?”
แม่ค้าไม่รู้ภาษาอังกฤษจึงไม่ได้ตอบอะไร ฝรั่งเห็นดังนั้นจึงลองบีบดู
บังเอิญฝรั่งมือหนักจึงบีบกล้วยเละ แม่ค้าเห็นจึงร้องโวยวายว่า “แบนแน่ๆ”

ฝรั่งได้ฟังจีงร้องอ๋อแล้วก็บอกว่า “Oh! Banana”
หลังจากนั้นฝรั่งก็มาชี้ที่มังคุด และถามว่า “Is this mango?”
แม่ค้าชาวไทยกำลังโกรธที่ฝรั่งทำกล้วยเละ
เลยตอบไปว่า “แมงโกส้น teen นะสิ”

ฝรั่งก็ร้องอ๋อแล้วบอกว่า “Oh Mangosteen!”
แล้วฝรั่งก็เหลือบไปเห็นมะละกอ ก็เอามือที่เลอะกล้วยไปจับ
แล้วถามว่า “What is this?”
แม่ค้าเห็นดังนั้นก็ยัวะมากที่มะละกอเลอะเทอะ จึงคว้าเอาสากขึ้นมาจะตีฝรั่ง
แต่มีคนตะโกนห้ามแม่ค้าว่า “ป้าๆ อย่า”

ฝรั่งได้ยินดังนั้นจึงนึกว่ามีคนบอกชื่อมะละกอ จึงร้องว่า “OH! papaya“

จะไปอยู่ร้อยเอ็ด

แม่..นี่เธอฉันละเป็นทุกข์ใจแทนอีลูกสาวคนเล็กมันจริงจิ๊ง ไม่อยากให้มันแต่งงานเลย

เพื่อน..เอ้าลูกสาวมีผัวดีจะตาย ได้เลี้ยงหลานแก้เหงา

แม่...ก็อีนังลูกคนโตน่ะ มันแต่งงานแล้วก็ไปอยู่เมืองสามโคก มันก็ได้ลูก สามคน ส่วนคนที่สองไปอยู่สี่พระยา ก็ได้ลูก สี่คน คนที่สามไปอยู่แปดริ้วก็ได้ลูกแปดคน

เพื่อน..ดีนะได้ลูกตามชื่อเมืองเลย สงสัยชาติก่อนผัวเป็นเจ้าเมือง

แม่....ที่นี้อีคนสุดท้องนี่สิ มันแต่งงานแล้วจะไปอยู่ร้อยเอ็ด