วันอังคารที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

เว็บไซต์กลุ่มแพทย์ศิริราช

กลุ่มแพทย์ศิริราชรุ่น 103 เปิด website ให้ทุกคนสามารถโพสท์ปรึกษาหารือโรคภัยไข้เจ็บได้แล้วรวม 16 สาขา: โดยมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะในสาขาต่างๆเกือบ 20 ปี จำนวน 10 กว่าท่าน ที่ว่างหลังจากลงเวรตรวจ คอยให้คำปรึกษา ไม่ต้องไปพึ่งอากู๋(เกิ้ล) ที่มีข้อมูลเยอะแตกต่างกันจนไม่รู้จะเชื่ออันไหนดี
      คุณหมอตัวจริงอย่าง น.พ.อดุลย์ชัย ธรรมาแสงเสริฐ หรือ หมอเกมส์ แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรม และศัลยกรรมตกแต่ง เห็นวัฒนธรรม
การแชร์ข้อมูลทางการแพทย์ทางสุขภาพต่างๆในไลน์.ในเฟส ฯ ที่บิดเบือน ไม่ได้มีการรับรองทางการแพทย์ ซึ่งแน่นอนว่า เป็นข้อมูลที่แฝงประโยชน์ทางพาณิชย์ ถูกแชร์กันในโลกโซเชียลกันมาก ทำให้คนส่วนใหญ่เข้าใจผิด ผมกับเพื่อนเราเองร่ำเรียนมาตั้ง
12 ปี ความรู้ก็มีไม่น้อย และผมก็มีใจรักทางจิตอาสาเป็นทุนอยู่แล้ว ก็ร่วมกับเพื่อนหมอศิริราช รุ่น103 มาตอบคำถาม ให้ความรู้ทางการรักษาที่ถูกต้องแก่ประชาชน โดยไม่ต้องเสียสักบาทเดียว ก็คือที่มาของชื่อเพจนั่นล่ะครับ

ด้วยสโลแกนที่ว่า"ปรึกษาด้วยใจ..ไม่ใส่ใจค่าตอบแทน"
    เว็บไซต์ www.sosspecialist.com มีคุณหมอผลัดเปลี่ยนกันมาพูด-คุยกับทั้งคนไข้และญาติ แบ่งออกเป็นห้องตรวจเฉพาะทางตามกลุ่มโรคทั้งหมด 16 ห้อง คือ

 1. อายุรกรรม
 2. ศัลยกรรม
 3. โรคเด็ก
 4. สูตินารีเวช
 5. กระดูกและข้อ
 6. กายภาพบำบัด
 7. จิตเวช
 8. ตา
 9. ทันตกรรม
 10. ผิวหนัง
 11. รังสีวินิจฉัย
 12. มะเร็ง
 13. หู คอ จมูก
 14. เภสัชกร
 15. แพทย์แผนจีน
 16. โภชนาการ

          ถ้าสงสัยเรื่องอะไรก็เข้าไปโพสถามคุณหมอประจำห้องตรวจได้เลย เป็นส่วนตัวคำถามเหล่านี้ ถามกันได้ทุกเรื่องไม่ต้องเม้ม หรือหากอยากแชร์ประสบการณ์กับสมาชิกคนอื่นก็ไปตั้งเป็นกระทู้ในเว็บได้

วันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ข้อคิดดีๆ จาก"ปู่เย็น"

ปู่เป็นมุสลิมเมืองเพชร แต่เมียปู่เป็นไทยพุทธแถวประจวบ ทั้งสองครองรักกันยืนยาวโดยไม่มีฝ่ายใดได้ เปลี่ยนรีตเปลี่ยนรอยศาสนา รวมทั้งในชีวิตไม่เคยมีพิธีกรรมออกหน้าออกตาอันใด ใช้หัวใจหรือหัว อะไรบ้างก็ไม่รู้ล่ะ รู้แต่ว่าอยู่กันมายืนยาวกว่าไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร ย่าขี้เกียจอยู่ดูโลก จากปู่ไปก่อน ตอนอายุ 92 ปี ตอนย่าจากไปปู่ร้องไห้ อยู่ 3 เดือน

ชายชราคนหนึ่ง ร้องไห้กับการจากไปของหญิงชราคนหนึ่งนาน 3 เดือน คงไม่ใช่เพราะความขี้แย นับแต่วันที่ย่าจากไป ปู่ก็ออกจากบ้านเช่าราคาเดือนละแปดร้อยบาท ขนทรัพย์สมบัติที่มีอยู่ไม่กี่ชิ้นในชีวิต มาอยู่บ้านหลังใหม่ ไม่มีเสา ไม่มีหลังคา ยาวราวๆ 2 วา กว้างแค่ 2 ศอก บ้านของปู่เป็นเพียง เรือลำเล็กๆ ลอยอยู่ในลำน้ำเพชร ปู่กิน อยู่ หลับนอน อยู่ในเรือมานานนับสิบปี โดยมี การงานแห่งชีวิตเพียงอย่างเดียว คือ การดักอวนหาปลา



ทุกวันปู่จะจอดเรือนั่งๆ นอนๆ อยู่ใต้สะพานลำใย ซึ่งทอดเชื่อมระหว่างบ้านหม้อ กับตลาดวัดท่อ พอเย็นๆ ก็จะเริ่มพายเรือออกไปหาที่วางอวน ปู่จะวางอวนคืนละ 2 ครั้ง ดึกๆ ครั้งหนึ่ง รุ่งเช้าอีกครั้งหนึ่ง ได้ปลาปู่ก็จะเอาใส่กะละมังหิ้วขึ้นมาขายที่ตลาดวัดท่อในตอนเช้า ก่อนเดินกลับลงไปพักผ่อน เวลาเลือนผ่านชีวิตไปโดยไม่วิตกทุกข์ร้อน หรือไม่ก็ซ่อมอวนอยู่ในเรือนเรือ

ปู่ไม่ชอบให้ใครสงสารปู่ แต่ปู่ชอบสงสารคนอื่น ปู่มักจะขายปลาที่นับวันยิ่งหายากในราคาถูกๆ คนที่มาซื้อเห็นปู่ขายถูก ยิ่งขอซื้อให้ถูกเข้าไปอีก แต่ปู่ก็ไม่ว่าอะไร นานปีทีหนจึงจะมีคนใจดี ซื้อปลาไม่กี่ตัว ให้เงินเกินมา ไม่เอาเงินที่ปู่ทอนกลับไป แบบนี้ปู่ไม่ว่าอะไร แต่ถ้าใครให้ปู่ฟรีๆ มีปัญหาทันที

ผมเคยถามว่า ทำไมปู่ไม่ไปขอความเมตตาจากใครๆ เขา คนแก่ๆ ยังไงๆ ใครๆ ก็สงสาร ปู่บอกว่า ไม่เอา ไม่ชอบที่สุด ดูแต่หอยซิ ไม่มีมือมีตีน มันยังหากินได้เอง (รู้จักมั้ยหอยน่ะ…ปู่ย้ำ) ประสาอะไร กับคนมีมือมีเท้า หากินเองไม่ได้ก็อายหอย

ปู่คิดและเชื่อแบบนี้ แต่มีคนมากมายที่ไม่ได้คิดและเชื่อแบบปู่ ปู่อาจดูโง่และน่าหมิ่นแคลนในสายตาของคนเหล่านั้น แต่ปู่ไม่มีวันหมิ่นแคลนตัวเอง ขณะปู่อยู่ในเรือ คนเหล่านั้นอาจกำลังนั่งถือขันอยู่ตามสะพานลอย หรือไม่ก็กำลังข่มขู่ทุบตีเพศแม่ที่เป็นเมียตอนที่ตัวเองกำลังเมา กำลังขูดรีด โก่งราคา จี้ปล้น ฉ้อ โกง ฮั้วสัมปทาน เล่นแร่แปรหุ้นในตลาดเงิน

ไม่ว่าความฉลาด ความโง่ ความดี ความชั่ว ความนับถือ และการให้ค่าในการมีชีวิต แน่นอนว่า คนพวกนั้นต่างกับปู่ ขณะที่ปู่คิดว่าคนเราไม่ว่าเฒ่าชะแร แก่ชราแค่ไหน หากยังมีลมหายใจ ก็ต้องพยายาม อยู่ให้ได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง โดยไม่เอารัดเอาเปรียบ และเบียดเบียนใคร พูดง่ายๆ ว่ารับผิดชอบดูแลตัวเอง หาอยู่หากินเอง ว่างั้นเหอะ

** ปู่อาจไม่รู้จักคำว่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ในหัวสมองปู่อาจไม่มีคำว่าชีวิตที่สง่างาม ความหยิ่งทะนง แต่ปู่มีสิ่งเหล่านี้อยู่ในชีวิต ซึ่งบางทีคนที่ใช้คำเหล่านี้หากินบ่อยๆ เสียอีก.....ที่ชีวิตไม่มีสิ่งเหล่านี้...

เครดิต : P'Toom

ลูกน้อง 3 ประเภท

ลูกน้อง 3 ประเภท "เสือ ควาย หมา"

- ถ้าคุณจะจ้าง "เสือ" คุณต้องให้เค้ามีพื้นที่แล้วปล่อยเค้าไปล่าเหยื่อมาให้ ไม่ต้องบังคับ ไม่ต้องกำหนดวิธี...พวกเค้าคือนักล่า

- ถ้าคุณจะจ้าง "ควาย" คุณต้องให้หญ้าเค้าให้พอ ต้องบังคับแล้วใช้ไถนา...พวกเค้าอึดแต่ต้องจูง

- ถ้าคุณจะจ้าง "หมา" คุณต้องให้อาหาร ให้ความสนิทสนมแล้วใช้เฝ้าบ้าน ใช้ให้เห่า...พวกเค้าภักดี ประจบ จับผิดและชอบเลียปากนาย

คนที่ไม่เข้าใจก็จะไปใช้"เสือ"อย่างกับ"ควาย" ไปใช้"ควาย"อย่างกับ"หมา"แล้วดันให้"หมา"ไปเป็น"เสือ"

เสือไม่เลียปากนาย ไม่ประจบและไม่ไถนา
ควายไม่เฝ้าบ้าน ไม่ล่าเหยื่อและไม่ประจบ
หมาไม่ไถนาและไม่ล่าเหยื่อ**

ต้องเข้าใจและใช้ให้เป็น

**หมายเหตุ : ยกเว้นหมาป่า ถ้าอยู่เป็นฝูงก็จะชอบล่าเหยื่อและลอบกัด

Credit : Forwarded Line

วันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ในอดีต พระเจ้าสร้างควายก่อน

พระเจ้าบอกควาย “แกไปไถนาทุกวัน จากตะวันขึ้นจนตะวันตกดิน กินแต่หญ้า ให้แกอยู่ได้ 60 ปี”
ควาย : “ไม่เอาหรอก ทำงานหนักแทบตาย กินได้แต่หญ้า เอา 20 ปีพอ ที่เหลือคืนพระเจ้า”
พระเจ้าตกลง

วันต่อมา พระเจ้าสร้างลิง
พระเจ้าบอกลิง “แกไปทำให้สัตว์อื่นมีความบันเทิง ทำให้สัตว์อื่นหัวเราะ ตีลังกาให้สัตว์อื่นดู กินได้แต่กล้วย ให้แกอยู่ 20 ปี”
ลิง : “ทำให้สัตว์อื่นหัวเราะ แสดงกายกรรม ตีลังกา งานหนักขนาดนี้
เอา 10 ปีพอ”
พระเจ้าตกลง

วันต่อมา พระเจ้าสร้างหมา
พระเจ้าบอกหมา “แกไปอยู่หน้าบ้าน กินของเหลือจากเจ้าของ ให้แก 25 ปี”
หมา : “เห่าทั้งวัน เอา 15 ปีพอ ที่เหลือคืนพระเจ้า”
พระเจ้าตกลง

วันต่อมา พระเจ้าสร้างคน
พระเจ้าบอกคน “แกเอาแต่นอน กิน เล่น เที่ยว ไม่ต้องทำอะไรเลยให้มีความสุขกับชีวิต ให้แก 20 ปี”
คน : “ชีวิตมีความสบายแบบนี้ 20 ปี น้อยไป”
พระเจ้าไม่ได้พูดอะไร
คน : “เอาอย่างนี้ ควายคืนไป 40 ลิง 10 หมาก็ 10 ปี ยกให้ผมแล้วกัน ผมก็อยู่ได้ถึง 80 ปี”
พระเจ้าตกลง

คนเลยกินข้าว นอน เล่น เที่ยว 20 ปี
ที่เหลือ 40 ปี ทำงานยังกะควายเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว
ต่อมา 10 ปี ก็ทำตัวเป็นลิง เล่นอยู่กับหลานให้หลานหัวเราะสนุกสนาน (เลี้ยงหลาน)
สุดท้าย 10 ปี ไปไหนไม่ได้ เฝ้าบ้านยังกะหมา

กรรม...

วันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

10ปี 7ครั้ง

"ชีวิตคนเราจะมีสิบปีสักสักกี่ครั้งกัน"
ถ้าคนเราอายุเฉลี่ย 70 ปีเราก็มี 10 ปีแค่ 7 ครั้ง

1. สิบปีแรก..หมดไปกับความไร้เดียงสา
2. สิบปีต่อมา..หมดไปกับการศึกษาเล่าเรียน
3. สิบปีต่อมา.หมดไปกับการทำงานและการใช้ชีวิต
4. สิบปีต่อมา..หมดไปกับการสร้างฐานะ สร้างครอบครัว
5. สิบปีต่อมา..หมดไปกับการลงหลักปักฐานรักษาสิ่งที่หามา.
6.สิบปีต่อมา..หมดไปกับการดูแลรักษาสุขภาพกาย-ใจให้แข็งแรง
7. สิบปีสุดท้าย..หมดไปกับการปล่อยวางทุกสิ่ง รอคอยการกลับบ้านแต่ละสิบปีผ่านไป...ไวเหมือนโกหก

อีกไม่นานปีนี้ก็จะผ่านไปมีอะไรที่เราทำไปแล้วมากมาย และก็ยังมีอะไรอีกมากมายที่เรายังไม่ได้ทำ



** เวลา คือ หน่วยเงินในกำมือของเราที่เอาไปแลกสิ่งอื่น

-เราเอาเวลาไปแลกงาน
-เราเอางานไปแลกเงิน
-แต่เราก็ไม่เคยเอาเงินไปแลกเวลาคืนกลับมาได้สักที

ถ้า 'ธนาคารเวลา' มีจริงเราก็ไม่เคยมีสมุดบัญชี
สักเล่มที่จะให้เราดูได้..ว่าตอนนี้เหลือเวลาอยู่เท่าไหร่?

** เรารู้ว่าเราใช้ "สิบปี"ของเราไปกี่ครั้งแล้วแต่เราไม่อาจรู้ว่า...เราจะใช้ "สิบปี" ที่เหลือของเราได้ครบมั้ย?

แต่นั่นก็ไม่สำคัญเท่ากับเราใช้เวลาสิบปีของเราไปคุ้มค่าหรือเปล่า?เมื่อเราหันหลังกลับมาขอให้พูดได้เต็มปากว่า
เราใช้มันไปอย่างไม่น่าเสียดาย

ชีวิตต ค น เ ร า จ ะ มี"สิ บ ปี"สั ก กี่ ค รั้ ง กั น?
ใช้สิบปี เจ็ดครั้งของเราใ ห้ คุ้ ม ค่า กับสิบปีปัจจุบันของท่าน

 อ่านให้จบ คุณอาจจะหันมารักตัวเอง...
สรุป: ชีวิตที่เรียบง่าย ให้สนุกกับการใช้ชีวิต 30% ที่เป็นของคุณ
- ไม่เจ็บปวดแต่ก็ต้อง บำรุง
- ไม่กระหายแต่ก็ต้อง ดื่มน้ำ
- ว้าวุ่นแค่ไหนก็ต้อง ปล่อยวาง
- มีเหตุมีผลแต่ก็ต้อง ยอมคน
- มีอำนาจแต่ก็ต้องรู้จัก ถ่อมตน
- ไม่เหนื่อยแต่ก็ต้อง พักผ่อน
- ไม่รวยแต่ก็ต้อง รู้จักพอเพียง
- ธุระยุ่งแค่ไหนก็ต้องรู้จัก พักผ่อน

หมั่นเตือนตน: ชีวิตนี้สั้นนัก
หากเวลาของคุณยังมีเหลือเฟือ ส่งต่อข้อความเหล่านี้ต่อให้เพื่อนของคุณ ให้เพื่อนได้อ่านบ้าง เพื่อจะได้ใส่ใจตัวเองบ้าง    .......ดังนั้น......

- อยากกิน...กิน
- อยากเที่ยว....เที่ยว
- เรื่องกลุ้มอย่าเก็บไว้
- สุขสบายทุกเพลา
- เวลาที่ยังจับมือไหวให้เชิญเพื่อนมาสังสรรค์
- เวลาที่ยังกอดไหวให้โอบกอดให้ชื่นใจ
- ทำหน้าที่พ่อ แม่ ลูก สามี ภรรยา พี่ น้อง เพื่อนที่ดีต่อไป
- เวลาที่อยู่ด้วยกันอย่าได้โกรธกันง่ายๆ

Cr.กรรณนิกา ชื่นมาลัย

ชื่อเรียกของเงินตามสถานะ

ชื่อเรียกของ "เงิน" เปลี่ยนไปตามสถานะ

- ทำบุญ เรียก "บริจาค"
-ให้โรงเรียน เรียก "แป๊ะเจี๊ยะ"
- แต่งงาน เรียก "สินสอด"
- หย่า เรียก "ค่าเลี้ยงดู"
- ยืม เรียก"หนี้สิน"
- ให้รัฐบาล เรียก "ภาษี"
- ในศาล เรียก "ค่าปรับ"
- เกษียณ เรียก" บำนาญ"
- ให้ไปทำงาน เรียก "เบี้ยเลี้ยง"
- ตอบแทนค่าบริการเรียก"ทิป"
- ในการลักพาตัว เรียก "ค่าไถ่"
- จ่ายค่าการบริการที่ผิดกฎหมายเรียก "ส่วย"
- ถ้าถูกเมียยึดเงินเดือน เรียก "สมน้ำหน้า"

6เรื่องหลักๆที่หัวหน้าไม่ควรทำ

6 เรื่องหลักๆ ที่เห็นหัวหน้าทำแล้วหมายถึงกำลังฆ่าตัวตาย....

1. Micromanage - ยุบยิบแม่งไปทุกเรื่อง ลูกน้องหมดกำลังใจนะครับ แถมลูกน้องก็จะไม่โตซะที เค้าก็จะคิดว่า เมิงทำเองละกัน

2. Focus on mistake - ทำผิดต้องให้แก้ไข ให้เรียนรู้ ไม่ใช่ซ้ำ ฆ่ามันตายแล้วใครจะทำงานครัช ถ้าลูกน้องกลัวว่าจะทำผิดแล้วโดนด่า เค้าก็จะใส่เกียร์ว่าง นั่งเฉยๆไม่ทำอะไรเลย

3. Dismiss idea - มองข้ามไอเดียของลูกน้อง คุณไม่ได้รู้ทุกเรื่องนะจ๊ะ ข้ามบ่อยๆ เค้าก็จะไม่บอกคุณ งมเองละกันเน้อ

4. Don't keep your word - การไม่รักษาสัญญา ฆ่าคุณแน่ๆ ดังนั้น อย่าสัญญาตอนอารมณ์ดี และอย่าลงโทษตอนโมโห สติๆ ดึงๆไว้

5. Hold useless meeting - ไม่มีอะไรก็เรียกประชุมอยู่นั่นแหล่ะ มีแต่น้ำ ไม่มีเนื้อ ฟุ้งแม่งไปเรื่อย แบบจับต้นชนปลายไม่ได้ มันน่าเบื่อนะครัช ทำการบ้านมาก่อนนะ ไม่ใช่เรียกมาปาร์ตี้

6. Set Unrealistic deadline - วางแผนก่อนสั่งงานนะจ๊ะ เด็กทำทันมั้ย ถ้าไม่ทัน อย่าโวยวาย งานเก่า เสร็จมั้ย ติดอะไรดูด้วย ถ้ามีผิดพลาด ให้กลับไปอ่านข้อ 2 นะแจ๊ะ